Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 54 จำนวนผู้เข้าชม |
"ดูพี่บ้านโน้นสิ สอบติดหมอแล้วนะ" หรือ "ลูกเพื่อนแม่คนนั้นเขาขยันจัง ทำไมลูกไม่เป็นแบบเขาบ้าง" ประโยคเหล่านี้เปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงใจนักเรียนอยู่บ่อยๆ ใช่ไหมคะ? ในทางจิตวิทยา การถูกเปรียบเทียบมักไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่กลับสร้างความรู้สึกต่ำต้อย โกรธเคือง และสูญเสียความมั่นใจ
วันนี้ครูจะพามาวิเคราะห์ "เบื้องหลัง" ความคิดของผู้ปกครอง และวิธีรับมือแบบที่ช่วยให้ใจเราไม่พัง และความสัมพันธ์ในบ้านยังไปต่อได้ค่ะ
ก่อนอื่น ครูอยากให้นักเรียนลองมองย้อนไปที่เหตุผลที่พ่อแม่พูดแบบนั้น ส่วนใหญ่มักมาจาก:
ความหวังดีที่ใช้ผิดวิธี: ท่านอยากกระตุ้นให้เราเก่งขึ้น แต่ไม่รู้ว่าการเปรียบเทียบมันทำร้ายความรู้สึก
ความกังวล: ท่านกลัวว่าเราจะลำบากในอนาคต จึงยกตัวอย่างคนที่ประสบความสำเร็จมาให้ดู
วัฒนธรรมการเลี้ยงดู: ท่านอาจจะเคยถูกเปรียบเทียบมาก่อนในอดีต จึงเผลอทำตามความคุ้นชิน
สิ่งที่ควรทำ: บอกตัวเองเสมอว่า "ท่านรักเรา แต่ท่านแค่สื่อสารไม่เป็น" การแยกความรักออกจากคำพูดที่ทำร้ายใจจะช่วยให้เราไม่โกรธท่านจนเกินไปค่ะ
เมื่อได้ยินคำพูดเปรียบเทียบ ให้รีบทำตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ:
ดึงสติกลับมาที่ตัวเอง: ทุกคนมี "ไทม์ไลน์" ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ดอกไม้แต่ละชนิดบานไม่พร้อมกัน เราเองก็มีจุดเด่นและความถนัดที่ลูกบ้านอื่นอาจจะไม่มี
เป็น Version ที่ดีขึ้นของตัวเอง: แทนที่จะแข่งกับ "ลูกป้าข้างบ้าน" ให้แข่งกับ "ตัวเองในเมื่อวาน" ก็พอค่ะ ถ้าวันนี้เราอ่านหนังสือได้มากกว่าเมื่อวาน $5$ หน้า นั่นคือชัยชนะแล้ว
บันทึกความภูมิใจ: จดสิ่งดีๆ ที่เราทำสำเร็จในแต่ละวันลงในสมุด เพื่อย้ำเตือนใจว่าเราเองก็มีค่า
การประชดประชันหรือการเงียบใส่ จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง ลองเปลี่ยนมาใช้ "I Message" หรือการบอกความรู้สึกจากมุมมองของเราดูค่ะ:
เมื่อถูกเปรียบเทียบเรื่องการเรียน: "หนูเข้าใจค่ะว่าพ่อแม่หวังดีอยากให้หนูเก่งเหมือนพี่เขา แต่การเปรียบเทียบแบบนี้ทำให้หนูรู้สึกท้อและเครียดมากเลยค่ะ หนูอยากให้พ่อแม่ลองดูความตั้งใจของหนูในแบบที่หนูเป็นมากกว่านะคะ"
เมื่อถูกเปรียบเทียบเรื่องความขยัน: "หนูจะพยายามทำให้ดีขึ้นในแบบของหนูค่ะ ขอบคุณที่เตือนนะคะ แต่ถ้าเปลี่ยนจากการเปรียบเทียบเป็นการให้กำลังใจ หนูจะมีแรงฮึดมากกว่านี้เยอะเลยค่ะ"
ข้อควรระวัง: ใช้น้ำเสียงที่สงบ ไม่ก้าวร้าว เพื่อให้ท่านเห็นว่าเรากำลังพูดด้วยเหตุผลแบบผู้ใหญ่
หากการเปรียบเทียบเกิดขึ้นบ่อยจนทนไม่ไหว นักเรียนต้องเรียนรู้ที่จะ "วางเฉย"
ปิดสวิตช์การรับรู้: เมื่อรู้ว่าบทสนทนากำลังเข้าสู่เรื่องเปรียบเทียบ ให้ฟังผ่านๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย หรือขอตัวไปทำธุระอย่างสุภาพ
ไม่เอาความคาดหวังคนอื่นมาเป็นภาระ: หน้าที่ของเราคือทำส่วนของเราให้ดีที่สุด ไม่ใช่การเป็น "เงา" ของใครเพื่อให้คนอื่นพอใจ
ชีวิตนักเรียนเป็นของนักเรียนค่ะ "ลูกป้าข้างบ้าน" อาจจะเรียนเก่งกว่าในวันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีความสุขหรือประสบความสำเร็จมากกว่าเราในระยะยาว
ครูขอให้ทุกคนมั่นใจในคุณค่าของตัวเอง พัฒนาจุดแข็งที่ตัวเองมี และสื่อสารกับครอบครัวด้วยความใจเย็น ความรักและความเข้าใจจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่ช่วยให้เราผ่านพ้นแรงกดดันเหล่านี้ไปได้ค่ะ สู้ๆ นะคะทุกคน!