วิธีเก็บเงินซื้อ iPhone/iPad ด้วยตัวเองฉบับนักเรียน ม.ปลาย ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่

Last updated: 14 ม.ค. 2569  |  157 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีเก็บเงินซื้อ iPhone/iPad ด้วยตัวเองฉบับนักเรียน ม.ปลาย ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคการศึกษา 2026 อุปกรณ์อย่าง iPhone หรือ iPad แทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของนักเรียนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเอาไว้จดเลคเชอร์ ตัดต่องานส่งครู หรือติดต่อสื่อสาร แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง (หลักหมื่นบาท) การจะเดินไปขอเงินผู้ปกครองดื้อๆ อาจจะดูเป็นเรื่องยากและสร้างภาระให้ท่านไม่น้อย

วันนี้ครูจะมาแชร์ "How-to เก็บเงิน" ฉบับนักเรียน ที่จะช่วยเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงได้ด้วยสองมือของเราเอง นอกจากจะได้ของที่อยากได้แล้ว ยังได้ความภูมิใจและความรู้เรื่องการบริหารเงินติดตัวไปตลอดชีวิตด้วยค่ะ

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัด (SMART Goal)

ก่อนจะหยอดกระปุกบาทแรก นักเรียนต้องรู้ก่อนว่าจะเก็บไปทำไมและต้องใช้เงินเท่าไหร่

  • ระบุรุ่นที่ต้องการ: เช่น iPad Air 6 (WiFi) 64GB ราคาประมาณ 20,000 บาท

  • กำหนดระยะเวลา: เช่น ต้องการซื้อภายใน 10 เดือน

  • คำนวณยอดเก็บต่อวัน: 20,000 บาท หาร 300 วัน (10 เดือน) = ต้องเก็บวันละประมาณ 67 บาท

  • ความเป็นไปได้: ลองดูเงินค่าขนมของเราว่าเก็บวันละ 67 บาทไหวไหม ถ้าไม่ไหว ต้องยืดเวลาออกไป หรือหารายได้เพิ่มค่ะ

2. เทคนิคการออมเงินฉบับวัยรุ่น

แยกบัญชี "เงินเก็บ" ออกจาก "เงินใช้"

อย่าเก็บเงินไว้ในบัญชีเดียวกับที่มีบัตรเดบิตหรือแอปโอนเงินค่ะ เพราะจะเผลอใช้หมดแน่นอน ให้เปิดบัญชีเงินฝากดิจิทัล (Digital Saving) ที่ให้ดอกเบี้ยสูง แยกต่างหาก และโอนเงินเข้าทันทีที่ได้ค่าขนม

สูตร 50-30-20 (ฉบับปรับปรุง)

ลองแบ่งเงินค่าขนมที่ได้มาเป็นส่วนๆ ดังนี้

  • 50% ค่ากินอยู่: ค่าข้าว ค่ารถ (สิ่งที่จำเป็นต้องจ่าย)

  • 30% ค่าความสุข: ค่าขนม ชานมไข่มุก หรือเติมเกม (ยังให้รางวัลตัวเองได้บ้าง ไม่งั้นจะตบะแตก)

  • 20% เงินออมเพื่อเป้าหมาย: หยอดกระปุกสำหรับซื้อ iPad ทันที ห้ามแตะต้อง

3. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น (The Latte Factor)

นักเรียนอาจไม่รู้ตัวว่าเงินหายไปไหนหมด ลองเช็กรายการเหล่านี้ดูค่ะ

  • น้ำหวาน/กาแฟแก้วละ 50-60 บาท: ถ้าลดเหลือวันเว้นวัน หรือชงกินเอง จะประหยัดได้เดือนละเกือบ 1,000 บาท

  • ค่าสมาชิกรายเดือน (Subscription): เช็กดูว่ามีแอปไหนที่เราผูกบัตรไว้แต่ไม่ได้ใช้บ้าง เช่น แอปดูหนังหรือฟังเพลงที่ซ้ำซ้อนกัน ยกเลิกไปซะ

  • โปรโมชั่นล่อใจ: เสื้อผ้าลดราคา หรือของกุ๊กกิ๊กที่ซื้อมาแล้วกองไว้เฉยๆ ก่อนซื้อให้ถามตัวเอง 3 ครั้งว่า "จำเป็นไหม"

4. หารายได้เสริม (Side Hustle)

ถ้าลำพังเงินเก็บค่าขนมมันช้าไป ลองใช้เวลาว่างหารายได้เพิ่มดูค่ะ

  • ขายของมือสอง: เสื้อผ้าเก่าที่ใส่ไม่ได้ หนังสือเรียนที่สอบผ่านไปแล้ว นำมาโพสต์ขายออนไลน์ เปลี่ยนของรกห้องให้เป็นเงินทุน

  • รับจ้างทำพอร์ต/กราฟิก: ถ้าใครมีฝีมือด้านศิลปะ ลองรับทำพอร์ตโฟลิโอให้รุ่นพี่ หรือออกแบบโปสเตอร์ง่ายๆ ผ่าน Canva

  • ติวหนังสือให้น้อง: สอนการบ้านน้องประถมแถวบ้าน หรือน้องรหัส ชั่วโมงละ 100-200 บาท ก็เป็นรายได้ที่ดีมาก

5. ใช้สิทธิ์นักเรียนให้คุ้ม (Education Pricing)

ข้อนี้สำคัญมากค่ะ Apple และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายมักจะมีโครงการ Back to School หรือราคานักเรียนนักศึกษา

  • ส่วนลด: ปกติจะลดราคาเครื่องได้ประมาณ 2,000 - 4,000 บาท

  • ของแถม: บางช่วงโปรโมชั่นอาจแถมปากกา (Apple Pencil) หรือหูฟัง (AirPods) ฟรี

  • วิธีรับสิทธิ์: ใช้บัตรนักเรียน หรืออีเมลโรงเรียน (.ac.th) ในการยืนยันตัวตน หรือให้ผู้ปกครองพาไปซื้อที่ร้านและแสดงหลักฐานการเรียนค่ะ

บทสรุปจากครู

การเก็บเงินซื้อของชิ้นใหญ่ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้ความอดทนสูงมากค่ะ แต่วันที่นักเรียนกำเงินก้อนนั้นไปจ่ายที่ร้าน และได้รับของกลับมา นักเรียนจะรู้สึกรักและเห็นคุณค่าของสิ่งของชิ้นนั้นมากกว่าการได้มาฟรีๆ หลายเท่า

ครูขอเป็นกำลังใจให้นักเรียนทุกคนที่มีเป้าหมาย เริ่มต้นเก็บตั้งแต่วันละ 20 บาท วันนี้ อีกไม่นานความฝันก็จะอยู่ในมือนักเรียนแน่นอนค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้