Food Tech vs Food Science: ต่างกันยังไง จบมาทำงานอะไรได้บ้าง? คู่มือแยกแยะสาขาเพื่ออนาคตที่ใช่

Last updated: 14 ม.ค. 2569  |  73 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Food Tech vs Food Science: ต่างกันยังไง จบมาทำงานอะไรได้บ้าง? คู่มือแยกแยะสาขาเพื่ออนาคตที่ใช่

สำหรับนักเรียนสายวิทย์ที่ชอบวิชาเคมีและชีววิทยา แต่อาจจะไม่ได้อยากเป็นหมอหรือพยาบาล คณะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมักจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เสมอค่ะ เพราะ "อาหาร" คือปัจจัยสี่ที่มนุษย์ขาดไม่ได้ และประเทศไทยเราก็ได้ชื่อว่าเป็นครัวของโลก

แต่ปัญหาก็คือ พอเปิดดูระเบียบการรับสมัครมหาวิทยาลัย จะเจอทั้งสาขา Food Science และ Food Tech จนเกิดคำถามว่า "มันต่างกันตรงไหน?" วันนี้ครูจะมาแยกแยะให้เห็นภาพชัดๆ ค่ะว่าแต่ละสาขาเน้นเรื่องอะไร และจบไปแล้วเส้นทางอาชีพจะเป็นอย่างไร

1. นิยามความต่าง: วิทยาศาสตร์ vs เทคโนโลยี

แม้ทั้งสองสาขาจะเรียนเกี่ยวกับอาหารเหมือนกัน แต่จุดโฟกัสต่างกันเล็กน้อยค่ะ

Food Science (วิทยาศาสตร์การอาหาร)

เน้นที่ "ตัวอาหาร" เป็นหลัก ศึกษาลงลึกไปที่องค์ประกอบทางเคมี กายภาพ และชีวภาพของอาหาร

  • คำถามที่สนใจ: ทำไมแอปเปิลถึงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล? ทำไมเค้กถึงฟู? เชื้อโรคตัวไหนทำให้อาหารบูด?

  • วิชาที่เรียน: เคมีอาหาร (Food Chemistry), จุลชีววิทยาทางอาหาร (Food Microbiology), การวิเคราะห์อาหาร (Food Analysis)

Food Tech (เทคโนโลยีการอาหาร)

เน้นที่ "กระบวนการผลิต" เป็นหลัก ศึกษาการนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาแปรรูปอาหารในระดับอุตสาหกรรม

  • คำถามที่สนใจ: จะผลิตนมกล่องอย่างไรให้เก็บได้นาน 1 ปี? จะออกแบบเครื่องจักรอย่างไรให้ผลิตขนมได้วันละ 10,000 ชิ้น?

  • วิชาที่เรียน: วิศวกรรมอาหาร (Food Engineering), การแปรรูปอาหาร (Food Processing), การบรรจุภัณฑ์ (Packaging)

หมายเหตุ: ในหลายมหาวิทยาลัย สองสาขานี้อาจถูกรวมเป็นหลักสูตรเดียวกัน หรือมีวิชาเรียนพื้นฐานที่คล้ายกันมากถึง 80% ค่ะ

2. การเรียนการสอน: ต้องเก่งวิชาไหน?

  • Food Science: ต้องรัก "เคมี" และ "ชีวะ" มากๆ เพราะต้องส่องกล้องดูเชื้อรา แบคทีเรีย และทำแล็บเคมีวิเคราะห์สารอาหารตลอดเวลา

  • Food Tech: ต้องได้ "ฟิสิกส์" และ "คำนวณ" เพิ่มเข้ามาด้วย เพราะต้องคำนวณการถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) แรงดัน และกลศาสตร์ของไหลในท่อส่งอาหาร

สิ่งที่ทั้งคู่ไม่ได้เรียน: คือการทำอาหารให้อร่อยแบบเชฟ (Culinary Arts) นะคะ เราไม่ได้เรียนทำต้มยำกุ้งให้อร่อย แต่เราเรียนว่าจะทำต้มยำกุ้งใส่กระป๋องอย่างไรให้ไม่บูดและสารอาหารครบถ้วนต่างหาก

3. จบมาทำงานอะไรได้บ้าง? (Career Paths)

ทั้งสองสาขาสามารถทำงานทดแทนกันได้ในหลายตำแหน่ง แต่ถ้าจะแยกตามความถนัด จะเป็นดังนี้ค่ะ:

สายงานตรงของ Food Science

  • QA/QC (Quality Assurance/Control): นักตรวจสอบคุณภาพอาหาร ตรวจหาเชื้อโรคและสารปนเปื้อนในห้องแล็บ

  • R&D (Research and Development): นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ คิดค้นสูตรขนมรสชาติใหม่ หรืออาหารเพื่อสุขภาพ

สายงานตรงของ Food Tech

  • Production Supervisor: ผู้ควบคุมการผลิต ดูแลไลน์การผลิตในโรงงานให้ราบรื่นและได้มาตรฐาน

  • Process Engineer: วิศวกรกระบวนการ ออกแบบและปรับปรุงระบบการผลิตอาหารให้ประหยัดพลังงานและลดต้นทุน

4. โอกาสทางอาชีพในอนาคต

อุตสาหกรรมอาหารในปี 2026 กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เทรนด์ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นค่ะ

  • Plant-based Meat: การผลิตเนื้อสัตว์จากพืช

  • Functional Food: อาหารที่กินแล้วเป็นยา หรือช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

  • Food Safety: ความปลอดภัยทางอาหารเป็นเรื่องระดับโลก ทำให้ความต้องการนักวิทย์สายนี้ไม่มีวันลดลง

บทสรุปจากครู

สรุปง่ายๆ คือ ถ้าชอบ "ทดลองในห้องแล็บ" ให้เลือก Food Science แต่ถ้าชอบ "ดูเครื่องจักรในโรงงาน" ให้เลือก Food Tech ค่ะ

ไม่ว่าจะเลือกสาขาไหน ทั้งสองทางเลือกล้วนเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงสูง เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังต้องกินอาหาร โลกก็ยังต้องการผู้เชี่ยวชาญอย่างพวกเรามาดูแลความปลอดภัยและความอร่อยค่ะ ครูขอให้นักเรียนเลือกในสิ่งที่ชอบและถนัดที่สุดนะคะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้