สายงาน E-Sports และ Game Design: เรียน ม.ปลาย สายไหนถึงจะรุ่ง? เจาะลึกเส้นทางอาชีพที่ไม่ใช่แค่เล่นเกม

Last updated: 14 ม.ค. 2569  |  52 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สายงาน E-Sports และ Game Design: เรียน ม.ปลาย สายไหนถึงจะรุ่ง? เจาะลึกเส้นทางอาชีพที่ไม่ใช่แค่เล่นเกม

เมื่อพูดถึง "อาชีพเกี่ยวกับเกม" ผู้ใหญ่หลายคนอาจนึกถึงแค่การนั่งเล่นเกมหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังความสนุกเหล่านั้น คืออุตสาหกรรมขนาดยักษ์ที่ต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นคนเขียนโค้ด คนออกแบบตัวละคร หรือผู้จัดการทีมแข่ง

สำหรับนักเรียน ม.3 ที่มีความฝันอยากเข้าสู่วงการนี้ การเลือกสายการเรียนตอน ม.4 ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากค่ะ วันนี้ครูจะมาแยกแยะให้เห็นชัดๆ ว่างานแต่ละด้านในวงการเกม เหมาะกับสายการเรียนไหน เพื่อให้นักเรียนเลือกทางเดินได้ถูกต้องค่ะ

1. แยกให้ออก: คนเบื้องหน้า vs คนเบื้องหลัง

วงการเกมแบ่งงานหลักๆ ออกเป็น 2 ฝั่งใหญ่ๆ ซึ่งต้องการทักษะที่ต่างกันคนละขั้วเลยค่ะ

  • ฝั่ง E-Sports (เบื้องหน้า): นักแข่ง (Pro Player), นักพากย์ (Caster), สตรีมเมอร์ (Streamer) เน้นทักษะการเล่นเกม ไหวพริบ และเอนเตอร์เทนเมนต์

  • ฝั่ง Game Development (เบื้องหลัง): นักพัฒนาเกม (Game Dev), นักออกแบบเกม (Game Designer), กราฟิกดีไซเนอร์ เน้นทักษะทางเทคนิค การเขียนโปรแกรม และศิลปะ

2. เจาะลึก: สายการเรียนไหนปูทางสู่อาชีพอะไร

สายวิทย์-คณิต: เส้นทางสู่ "Game Developer / Programmer"

หากความฝันของนักเรียนคือการ "สร้างเกม" ให้ขยับได้ มีระบบฟิสิกส์สมจริง หรือเขียน AI ศัตรูให้ฉลาด สายวิทย์-คณิต คือคำตอบที่ดีที่สุดค่ะ

  • วิชาที่ใช้: คณิตศาสตร์ (ตรรกศาสตร์, แคลคูลัส), ฟิสิกส์ (การเคลื่อนที่, แรง), และคอมพิวเตอร์

  • คณะที่รองรับ: วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, วิทยาการคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

สายศิลป์-คำนวณ: เส้นทางสู่ "Game Designer / E-Sports Management"

อาชีพ Game Designer ไม่ใช่คนวาดรูปนะคะ แต่คือคนที่ "ออกแบบกติกา" สมดุลเกม และระบบเศรษฐกิจในเกม (เช่น ของชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่ สกิลนี้แรงแค่ไหน)

  • วิชาที่ใช้: คณิตศาสตร์ (สถิติ, ความน่าจะเป็น) เพื่อคำนวณสมดุลเกม และภาษาอังกฤษ

  • อาชีพอื่นที่เหมาะ: ผู้จัดการทีม E-Sports, นักการตลาดวงการเกม, หรือ Event Organizer จัดงานแข่งเกม

สายศิลป์-ภาษา / ศิลป์-ทั่วไป: เส้นทางสู่ "Storyteller / Caster / Localization"

เกมที่ดีต้องมีเนื้อเรื่องที่กินใจและการแปลภาษาที่สละสลวย รวมถึงนักพากย์ที่สร้างสีสันให้การแข่งขัน

  • วิชาที่ใช้: ภาษาไทย (การเล่าเรื่อง, การใช้คำ), ภาษาต่างประเทศ (อังกฤษ, ญี่ปุ่น, จีน) เพื่อแปลเกม (Localization) หรือติดต่อประสานงานต่างประเทศ

  • อาชีพ: นักเขียนบทเกม (Narrative Designer), นักแปลเกม, นักพากย์เกม

สายศิลป์-ศิลปะ (หรือเรียนเสริม): เส้นทางสู่ "Game Artist / Animator"

สำหรับคนที่อยากออกแบบตัวละคร ฉาก หรือทำเอฟเฟกต์สวยๆ

  • สิ่งที่ต้องเน้น: ทักษะทางศิลปะ การวาดรูป การปั้นโมเดล 3D (สายสามัญอาจไม่มีสอนโดยตรง ต้องฝึกฝนเองหรือเรียนเสริมหนักหน่อยค่ะ)

3. ทักษะที่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติมนอกห้องเรียน

ไม่ว่าจะเรียนสายไหน ถ้าอยากรุ่งในวงการนี้ ต้องมี "Hard Skills" ติดตัวค่ะ

  1. ภาษาอังกฤษ: สำคัญที่สุด เพราะซอฟต์แวร์พัฒนาเกมและตำราความรู้ใหม่ๆ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

  2. การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น: ลองฝึกภาษา C# หรือ C++ ซึ่งเป็นพื้นฐานของ Game Engine ยอดฮิตอย่าง Unity และ Unreal Engine

  3. Teamwork: การสร้างเกมหรือแข่ง E-Sports คือการทำงานเป็นทีม ฝึกทำงานกลุ่มและรับฟังความเห็นผู้อื่นให้เก่งๆ ค่ะ

4. คณะในมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนโดยตรง

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยไทยมีหลักสูตรเฉพาะทางเยอะมาก เช่น:

  • ม.มหิดล (ICT): เน้น Game Development ที่เข้มข้นด้านโปรแกรมมิ่ง

  • ม.ศรีปทุม / ม.กรุงเทพ: มีคณะดิจิทัลมีเดีย ที่เน้นทั้ง Game Design และ E-Sports Management

  • ม.ธรรมศาสตร์ (Tuxsa): หรือหลักสูตรนวัตกรรมฯ ที่เน้นการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน

บทสรุปจากครู

การจะทำงานในวงการเกม ไม่ใช่แค่ "เล่นเกมเก่ง" แล้วจะเป็นได้นะคะ แต่มันคือการเปลี่ยนความชอบให้เป็น "ความเชี่ยวชาญ"

ถ้านักเรียนชอบสร้าง ชอบรื้อระบบ ให้ไปสายวิทย์ แต่ถ้าชอบบริหาร ชอบเล่าเรื่อง ให้ไปสายศิลป์ เลือกสายที่ตรงกับ "บทบาท" ที่นักเรียนอยากจะเป็นในโลกของเกม แล้วความสนุกจะกลายเป็นอาชีพที่เลี้ยงดูนักเรียนได้ตลอดชีวิตค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้