Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 23 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้านักเรียนเป็นคนที่รักวิชาคณิตศาสตร์ หลงใหลในสถิติ และชอบความเป็นเหตุเป็นผล ครูขอแนะนำให้รู้จักกับอาชีพที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักพยากรณ์อนาคตด้วยตัวเลข" หรือ Actuary (นักคณิตศาสตร์ประกันภัย) ค่ะ
อาชีพนี้มักจะติดอันดับอาชีพรายได้งามและความเครียดต่ำในต่างประเทศอยู่เสมอ แต่ในประเทศไทยกลับยังมีบุคลากรด้านนี้น้อยมากจนเรียกได้ว่าขาดแคลน ใครที่กำลังมองหาเส้นทางอาชีพที่มั่นคง รายได้ก้าวกระโดด และไม่มีวันตกงาน บทความนี้จะเปิดโลกใหม่ให้นักเรียนแน่นอนค่ะ
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าต้องไปเดินขายประกัน แต่จริงๆ แล้ว Actuary คือ "ผู้อยู่เบื้องหลัง" ค่ะ
หน้าที่หลัก: ใช้คณิตศาสตร์ สถิติ และทฤษฎีทางการเงิน มาวิเคราะห์ "ความเสี่ยง" ในอนาคต
ตัวอย่างงาน: คำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ว่าควรเก็บเท่าไหร่ถึงจะคุ้มครองความเสี่ยงอุบัติเหตุได้, ออกแบบกองทุนบำเหน็จบำนาญให้คนมีเงินใช้ตอนเกษียณ, หรือประเมินผลกระทบทางการเงินจากภัยพิบัติ
พูดง่ายๆ: เป็นคนที่บอกบริษัทว่า "อนาคตมีโอกาสเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเราต้องเตรียมเงินไว้เท่าไหร่ถึงจะรอด"
รายได้ของ Actuary มักจะสูงกว่าสายงานทั่วไปในระดับประสบการณ์เท่ากัน เพราะ:
ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน: ต้องรู้ทั้งเลข สถิติ เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย และธุรกิจ ซึ่งหาคนรู้ครบทุกด้านแบบนี้ยากมาก
สร้างมูลค่ามหาศาล: การคำนวณของ Actuary ช่วยให้บริษัทประหยัดเงินหรือทำกำไรได้หลักร้อยล้านพันล้านบาท
ขาดแคลนบุคลากร: ในไทยมีคนที่เป็น Fellow (ระดับสูงสุด) หลักร้อยคนเท่านั้น บริษัทจึงต้องแย่งตัวกันด้วยเงินเดือนและสวัสดิการที่ดึงดูดใจ
หากนักเรียนสนใจอาชีพนี้ สามารถเลือกเรียนในระดับปริญญาตรีได้ดังนี้ค่ะ:
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี: สาขาประกันภัย หรือ สถิติ (เช่น จุฬาฯ, ธรรมศาสตร์)
คณะวิทยาศาสตร์: สาขาคณิตศาสตร์ประกันภัย (เช่น มหิดล, ม.พระจอมเกล้าธนบุรี, ม.เชียงใหม่)
คณะบริหารธุรกิจ: ที่มีวิชาเอกด้านความเสี่ยงและการประกันภัย
วิชาที่ต้องเก่ง: แคลคูลัส (Calculus), ความน่าจะเป็น (Probability), สถิติ (Statistics) และการเงิน (Finance)
การจบปริญญาตรีเป็นแค่จุดเริ่มต้นค่ะ เพราะ Actuary วัดระดับความเก่งกันที่ "การสอบเลื่อนขั้น" กับสมาคมวิชาชีพสากล (เช่น SOA ของอเมริกา)
ระดับเริ่มต้น: สอบผ่านวิชาพื้นฐาน (P-Probability, FM-Financial Mathematics) มักสอบกันตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย
ระดับ ASA (Associate): สอบผ่านประมาณ 6-7 ตัว เริ่มทำงานได้และเงินเดือนสตาร์ทค่อนข้างสูง
ระดับ FSA (Fellow): ระดับสูงสุด สอบครบทุกตัว (ใช้เวลาเก็บประสบการณ์และสอบรวมๆ 5-10 ปี) เงินเดือนระดับผู้บริหาร
ข้อดี: ยิ่งสอบผ่านเยอะ เงินเดือนยิ่งขึ้น! บริษัทส่วนใหญ่มีนโยบายปรับเงินเดือนทันทีที่สอบผ่านแต่ละวิชา โดยไม่ต้องรอปรับประจำปี
รักตัวเลขเป็นชีวิตจิตใจ: มองเห็นตัวเลขแล้วสนุก ไม่ปวดหัว
มีความอดทนและวินัยสูง: เพราะต้องทำงานไปด้วยและอ่านหนังสือสอบไปด้วยตลอดเวลา (Life-long Learning ของจริง)
มองโลกตามความเป็นจริง: เข้าใจตรรกะและเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ในการตัดสินใจ
ทักษะภาษาอังกฤษดี: เพราะข้อสอบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ และต้องทำงานกับมาตรฐานสากล
อาชีพ Actuary เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนค่ะ ช่วงแรกอาจจะเหนื่อยกับการสอบเก็บเลเวล แต่เมื่อผ่านไปถึงจุดหนึ่ง ผลตอบแทนและความมั่นคงที่ได้รับนั้นคุ้มค่ามหาศาล หากนักเรียนเป็นเด็กสายวิทย์หรือศิลป์-คำนวณที่กำลังมองหาอาชีพที่ท้าทายมันสมองและมีเส้นทางเติบโตที่ชัดเจน อาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยคือตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดตัวหนึ่งในยุคนี้ค่ะ