Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 31 จำนวนผู้เข้าชม |
"Ladies and Gentlemen, this is your Captain speaking..." ประโยคเท่ๆ ที่หลายคนฝันอยากจะเป็นคนพูดสักครั้งในชีวิต อาชีพนักบินยังคงเป็นอาชีพที่มีเสน่ห์ รายได้สูง และมีความท้าทายอยู่เสมอ แต่กำแพงความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า "ต้องจบวิทย์-คณิตเท่านั้นถึงจะเป็นได้" ทำให้น้องๆ สายศิลป์หลายคนยอมพับเก็บปีกของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย
วันนี้ครูจะมาไขข้อข้องใจและอัปเดตเส้นทางสู่อาชีพนักบินในปี 2026 ให้ฟังชัดๆ ค่ะว่า ประตูบานนี้เปิดกว้างขึ้นแค่ไหน และไม่ว่าน้องจะเรียนสายไหนมา ก็มีสิทธิ์ติดปีกได้ถ้ามีความพยายามค่ะ
คำตอบคือ "เป็นได้แน่นอนค่ะ!"
ในปัจจุบัน สายการบินและโรงเรียนการบินส่วนใหญ่ ไม่ได้กำหนดวุฒิ ม.ปลาย ว่าต้องจบวิทย์-คณิต เท่านั้น แต่จุดตัดอยู่ที่ "วุฒิปริญญาตรี" และ "ความรู้พื้นฐาน" ที่ใช้สอบคัดเลือกต่างหากค่ะ
เส้นทางเรียนเอง (Self-Sponsored): โรงเรียนการบินรับผู้จบ ม.6 หรือเทียบเท่า (ทุกสายการเรียน) ขอแค่สอบผ่านการตรวจร่างกายและมีความรู้พื้นฐานตามเกณฑ์ ก็เข้าเรียนเพื่อเอาใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (CPL) ได้เลย
เส้นทางชิงทุนสายการบิน (Student Pilot): บางสายการบินกำหนดว่ารับปริญญาตรี "ทุกสาขา" (Any Major) นั่นหมายความว่าจบนิเทศฯ หรืออักษรฯ ก็สมัครได้ แต่... น้องต้องสอบข้อเขียนวิชาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์แข่งกับเด็กวิศวะให้ชนะค่ะ
คือการสอบชิงทุนที่สายการบินออกค่าเรียนขับเครื่องบินให้ (ประมาณ 2-3 ล้านบาท) แล้วกลับมาทำงานใช้ทุน
ข้อดี: ประหยัดเงิน และมีงานทำทันทีที่เรียนจบ
ความยาก: การแข่งขันสูงมาก (สมัครหลักพัน รับหลักสิบ) ข้อสอบเน้นคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ และความถนัด (Aptitude) เด็กสายศิลป์ต้องติวเพิ่มหนักมากในวิชาคำนวณ
คือการควักเงินส่วนตัวไปเรียนที่โรงเรียนการบินจนได้ใบอนุญาต (CPL) แล้วค่อยมาสมัครงานกับสายการบิน
ข้อดี: ไม่ต้องสอบแข่งวิชาการเข้มข้นเท่า SP เน้นการฝึกปฏิบัติจริงเลย
ความเสี่ยง: ต้องใช้ทุนทรัพย์สูง และเมื่อเรียนจบต้องมาหางานเอง (ซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวะตลาดการบินตอนนั้น)
แม้วุฒิการศึกษาจะไม่ปิดกั้น แต่ "ความรู้" คือสิ่งที่ต้องมีค่ะ
ภาษาอังกฤษ (English Proficiency): นี่คือหัวใจสำคัญยิ่งกว่าคณิตศาสตร์ เพราะคู่มือสื่อสารและการติดต่อหอควบคุมการบินเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ ต้องสอบ ICAO English Proficiency ให้ผ่าน
ฟิสิกส์และคณิตศาสตร์พื้นฐาน: ไม่ต้องเก่งระดับโอลิมปิก แต่ต้องเข้าใจเรื่อง แรง การเคลื่อนที่ ความเร็ว ระยะทาง และการคำนวณน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นพื้นฐานการบิน
เวชศาสตร์การบิน (Class 1 Medical): ร่างกายต้องพร้อม! สายตาสั้นทำเลสิกได้ แต่ต้องผ่านเกณฑ์การมองเห็นภาพสามมิติและการได้ยินที่สมบูรณ์
นักบินหญิง (Female Pilots): ได้รับการยอมรับและมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก หลายสายการบินมีนโยบายส่งเสริมความเท่าเทียม
ทักษะ Multitasking: เครื่องบินรุ่นใหม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ซับซ้อน นักบินต้องเป็นคนที่บริหารจัดการข้อมูล (Information Management) เก่งและตัดสินใจไว
ความต้องการสูงขึ้น: หลังวิกฤตโรคระบาดผ่านพ้นไป ธุรกิจการบินฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ความต้องการนักบินหน้าใหม่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
การเป็นนักบินไม่ใช่เรื่องของ "สายวิทย์" หรือ "สายศิลป์" อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ "ความพร้อม" ค่ะ ถ้าน้องอยู่สายศิลป์แต่อยากเป็นนักบิน น้องแค่ต้องขยันอ่านฟิสิกส์เพิ่ม ในขณะที่เด็กสายวิทย์ก็ต้องฝึกภาษาอังกฤษให้เป๊ะ
ครูขอให้น้องๆ ที่มีฝันทุกคนเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เตรียมภาษาให้พร้อม และอย่าให้คำว่า "สายการเรียน" มาจำกัดเพดานบินของเราค่ะ ท้องฟ้าเปิดกว้างสำหรับทุกคนเสมอ!