เจาะลึกคณะ "จิตวิทยา": อาชีพมาแรงในยุคนี้ เด็กสายศิลป์เข้าได้ไหม?

Last updated: 14 ม.ค. 2569  |  79 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เจาะลึกคณะ "จิตวิทยา": อาชีพมาแรงในยุคนี้ เด็กสายศิลป์เข้าได้ไหม?

หากพูดถึงคณะยอดฮิตที่มีอัตราการแข่งขันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา "คณะจิตวิทยา" ต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนค่ะ สาเหตุมาจากความตื่นตัวเรื่องปัญหาสุขภาพจิต (Mental Health Awareness) และองค์กรต่างๆ ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานมากขึ้น

แต่สิ่งที่ทำให้นักเรียนหลายคนลังเล โดยเฉพาะน้องๆ สายศิลป์ คือความเข้าใจที่ว่าคณะนี้ต้องใช้ความรู้ชีววิทยาหนักมาก วันนี้ครูจะมาตีแผ่หลักสูตรและเกณฑ์การรับสมัครให้เห็นชัดๆ ค่ะว่าสรุปแล้วใครเรียนได้บ้าง และจบไปทำงานอะไรได้บ้างในโลกยุคใหม่

1. จิตวิทยา เรียนเกี่ยวกับอะไร? (วิทยาศาสตร์ vs ศิลปศาสตร์)

จิตวิทยา คือ ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ "พฤติกรรมและกระบวนการทางจิต" ของมนุษย์ แม้จะดูเป็นนามธรรม แต่การศึกษาต้องใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ การเก็บข้อมูล และสถิติค่ะ

โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ คือ:

  • จิตวิทยาสายวิทย์ (B.Sc.): เน้นกลไกการทำงานของสมอง ฮอร์โมน ระบบประสาท และการบำบัดทางคลินิก ต้องเรียนชีววิทยาและสถิติเยอะหน่อย

  • จิตวิทยาสายศิลป์ (B.A.): เน้นทฤษฎีทางสังคม การปรึกษา พัฒนาการมนุษย์ และการประยุกต์ใช้ในองค์กร

2. เด็กสายศิลป์ เข้าได้ไหม?

คำตอบคือ "เข้าได้แน่นอนค่ะ" และมีที่นั่งรองรับเยอะมากด้วย

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยชั้นนำส่วนใหญ่เปิดรับทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ โดยแบ่งเกณฑ์การรับดังนี้:

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: รับรวม แต่ต้องเลือกยื่นคะแนนตามรูปแบบที่ถนัด เช่น สายวิทย์ยื่นคณิตศาสตร์ สายศิลป์ยื่นภาษาต่างประเทศ

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์: คณะศิลปศาสตร์ สาขาจิตวิทยา รับทุกแผนการเรียน เน้นคะแนนภาษาอังกฤษและวิชาสังคม

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา เปิดรับรอบ Portfolio และ Admission ที่เด็กสายศิลป์ยื่นได้สบายๆ

  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว): สาขาจิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนว เป็นที่นิยมของเด็กสายศิลป์มากๆ ค่ะ

ข้อควรระวัง: แม้จะสอบเข้าได้ แต่เมื่อเข้าไปเรียนแล้ว น้องๆ สายศิลป์อาจต้องปรับตัวหนักหน่อยในวิชา "สรีรจิตวิทยา" (Physiological Psychology) ที่ต้องเรียนเรื่องสมอง และวิชา "สถิติเพื่อการวิจัย" (Statistics) ค่ะ

3. สาขายอดฮิตที่น่าสนใจ

จิตวิทยาไม่ได้มีแค่ "นักจิตวิทยาคลินิก" ที่ทำงานในโรงพยาบาลเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีสาขาอื่นที่น่าสนใจอีกเพียบ

  • จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (IO): เรียนเรื่องการคัดเลือกคน บริหารทรัพยากรบุคคล (HR) และสร้างความสุขในที่ทำงาน (เงินเดือนดีมากในบริษัทเอกชน)

  • จิตวิทยาการปรึกษา (Counseling): เน้นทักษะการฟังและการพูดคุยเพื่อเยียวยาจิตใจ เหมาะกับคนที่มี Empathy สูง

  • จิตวิทยาพัฒนาการ: ศึกษาการเติบโตของคนทุกช่วงวัย ทำงานกับเด็กหรือผู้สูงอายุ

  • จิตวิทยาสังคม: ศึกษาพฤติกรรมกลุ่ม การโน้มน้าวใจ ซึ่งต่อยอดไปงานการตลาดและโฆษณาได้ดีเยี่ยม

4. จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?

อาชีพสายตรง:

  • นักจิตวิทยาคลินิก (ต้องสอบใบประกอบโรคศิลปะ)

  • นักจิตวิทยาการปรึกษา

  • นักจิตวิทยาโรงเรียน / ครูแนะแนว

อาชีพสายประยุกต์ (ยอดนิยม):

  • HR (ฝ่ายบุคคล) ในบริษัทชั้นนำ

  • UX Researcher (วิจัยพฤติกรรมผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน)

  • นักการตลาด / นักวางแผนโฆษณา

  • Life Coach หรือวิทยากรฝึกอบรม

5. เตรียมตัวอย่างไรให้สอบติด

  1. ทำเกรดเฉลี่ย (GPAX) ให้ดี: อย่างน้อย 3.00-3.50 ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยในรอบ Admission

  2. เก็บคะแนนภาษาอังกฤษ: TGAT1 หรือ A-Level ภาษาอังกฤษ สำคัญมาก เพราะตำราจิตวิทยาดีๆ เป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้น

  3. อ่านหนังสือจิตวิทยาเบื้องต้น: ลองหาหนังสืออ่านเล่นแนวจิตวิทยามาอ่าน เพื่อดูว่าเราชอบจริงๆ หรือแค่ชอบตามกระแส เพราะการเรียนจริงต้องท่องทฤษฎีเยอะมากค่ะ

บทสรุปจากครู

คณะจิตวิทยาเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีความสนใจในมนุษย์ค่ะ ไม่ว่านักเรียนจะมาจากสายวิทย์หรือสายศิลป์ หากมีใจรักที่จะทำความเข้าใจผู้อื่นและพร้อมเรียนรู้กระบวนการคิดที่เป็นระบบ อาชีพนี้จะสร้างความหมายให้กับชีวิตของนักเรียนและผู้อื่นได้อย่างมหาศาลค่ะ

ครูขอให้นักเรียนทุกคนค้นพบตัวเองและได้เรียนในสิ่งที่รักนะคะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้