Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 58 จำนวนผู้เข้าชม |
ในยุคที่ความสำเร็จไม่ต้องรอเรื่องอายุ เทรนด์การ "สอบเทียบ" หรือการใช้วุฒิการศึกษานอกระบบเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัยก่อนเกณฑ์กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยเฉพาะการสอบ GED (General Educational Development) ซึ่งเป็นหลักสูตรเทียบเท่ามัธยมปลายของสหรัฐอเมริกา ที่อนุญาตให้นักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไปสอบได้
คำถามที่ผู้ปกครองและนักเรียน ม.4 มักถามครูคือ "ลาออกไปสอบ GED เลยดีไหมคะ จะได้เข้ามหาลัยเร็วๆ?" คำตอบคือ "ดี แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน" ค่ะ วันนี้ครูจะมาวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของการสอบ GED ในบริบทการศึกษาปี 2026 เพื่อให้นักเรียนตัดสินใจได้รอบคอบที่สุดค่ะ
GED คือการสอบเพื่อเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรอเมริกา ประกอบด้วย 4 วิชาหลัก:
Reasoning Through Language Arts (RLA): ภาษาอังกฤษ (การอ่านและเขียน)
Social Studies: สังคมศึกษา (ประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์อเมริกา)
Science: วิทยาศาสตร์พื้นฐาน
Mathematical Reasoning: คณิตศาสตร์พื้นฐาน
จุดเด่น: สอบผ่านครบ 4 วิชา ได้วุฒิเทียบเท่า ม.6 ทันที สามารถนำไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั่วโลก (รวมถึงหลักสูตรนานาชาติในไทย)
นี่คือเหตุผลอันดับ 1 ค่ะ นักเรียนสามารถจบ ม.6 ได้ตั้งแต่อายุ 16-17 ปี ทำให้มีเวลาไปลองผิดลองถูกในมหาวิทยาลัย หรือจบปริญญาตรีเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน 1-2 ปี
ไม่ต้องเรียนวิชาพละ ศิลปะ หรือกระบี่กระบองที่อาจไม่ได้ใช้ในการสอบเข้า นักเรียนสามารถทุ่มเทเวลาติวแค่ 4 วิชาของ GED และวิชาเฉพาะทางที่จะใช้ยื่นเข้าคณะอินเตอร์ (เช่น IELTS หรือ SAT) ได้เต็มที่
หลักสูตรนานาชาติ (International Program) ของมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทย เช่น จุฬาฯ (BBA, EBA, INDA), ธรรมศาสตร์ (BBA, BE), หรือมหิดล (MUIC) ยอมรับวุฒิ GED มาอย่างยาวนาน และมีเกณฑ์การรับที่ชัดเจน
เนื้อหา GED คือ "ความรู้ทั่วไป" (General Knowledge) ไม่ได้ลงลึกฟิสิกส์ เคมี หรือแคลคูลัส เหมือนหลักสูตร ม.ปลาย สายวิทย์ หากนักเรียนสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าไปแล้ว อาจจะเรียนไม่ทันเพื่อนที่จบ ม.6 สายสามัญ และเสี่ยงต่อการถูกรีไทร์ได้ค่ะ
แม้หลักสูตรอินเตอร์จะรับ GED เกือบหมด แต่ "หลักสูตรไทย" (ภาคปกติ) โดยเฉพาะคณะสายวิทย์สุขภาพ (แพทย์, ทันตะ, เภสัช) ของมหาวิทยาลัยรัฐส่วนใหญ่ ยังไม่รับวุฒิ GED หรือรับด้วยเงื่อนไขที่ซับซ้อนมาก หากฝันอยากเป็นหมอในระบบ กสพท. การเรียน ม.6 ตามระบบปลอดภัยกว่าค่ะ
ช่วงชีวิต ม.ปลาย คือช่วงเวลาแห่งความทรงจำ กีฬาสี งานปัจฉิม และมิตรภาพที่หาไม่ได้อีกแล้ว การออกจากระบบไปสอบเทียบอาจทำให้นักเรียนพลาดทักษะทางสังคม (Social Skills) และความเป็นผู้ใหญ่ (Maturity) ที่ได้จากการเติบโตพร้อมเพื่อนๆ
ครูสรุปเช็กลิสต์มาให้ค่ะ ถ้าตรงเกิน 3 ข้อ แสดงว่า GED อาจเป็นทางของนักเรียน:
[ ] มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะเข้า "หลักสูตรนานาชาติ" หรือ "ไปเรียนต่อต่างประเทศ"
[ ] มีพื้นฐานภาษาอังกฤษดีถึงดีมาก (เพราะข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด)
[ ] รู้สึกว่าระบบการเรียนในโรงเรียนปัจจุบันไม่ตอบโจทย์ หรือเสียเวลาโดยใช่เหตุ
[ ] มีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเองโดยไม่มีครูคอยจี้
สำหรับคนที่ยังไม่กล้าลาออก ครูแนะนำให้ "เรียนควบ" ค่ะ
สมัครสอบ GED ในช่วงปิดเทอม ม.4 หรือ ม.5
หากสอบผ่านแล้ว และยื่นติดมหาวิทยาลัยที่ต้องการ ค่อยทำเรื่องลาออกจากโรงเรียน
วิธีนี้ปลอดภัยที่สุด (Safe Plan) แต่อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะต้องทำสองอย่างพร้อมกัน
การสอบเทียบ GED เปรียบเสมือนการขึ้นทางด่วนค่ะ มันพาเราไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นจริง แต่เราต้องมั่นใจว่าสมรรถนะเครื่องยนต์ (ความรู้พื้นฐาน) และทักษะการขับขี่ (วุฒิภาวะ) ของเราพร้อมที่จะวิ่งเลนขวาด้วย
ครูขอให้นักเรียนปรึกษากับผู้ปกครองให้ดี พิจารณาเป้าหมายคณะและมหาวิทยาลัยให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ "ลาออก" นะคะ ไม่ว่าทางไหน ถ้าตั้งใจจริง ความสำเร็จก็รออยู่แน่นอนค่ะ