รวมโรงเรียนมัธยมที่เปิด "ห้องเรียน AI" และ "หุ่นยนต์" ปี 2569: มีที่ไหนบ้าง? เจาะลึกหลักสูตรอนาคตที่เด็กยุคใหม่ต้องรู้

Last updated: 14 ม.ค. 2569  |  162 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รวมโรงเรียนมัธยมที่เปิด "ห้องเรียน AI" และ "หุ่นยนต์" ปี 2569: มีที่ไหนบ้าง? เจาะลึกหลักสูตรอนาคตที่เด็กยุคใหม่ต้องรู้

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ไปจนถึงวงการศิลปะ การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับมัธยมปลายจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปค่ะ ในปีการศึกษา 2568-2569 นี้ มีโรงเรียนมัธยมชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทยที่ได้เปิดตัว "แผนการเรียนเฉพาะทาง" ด้าน AI, วิทยาการข้อมูล (Data Science) และวิศวกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) เพื่อปั้นบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานยุคใหม่โดยเฉพาะ

บทความนี้ ครูจะพาไปทำความรู้จักกับหลักสูตรเหล่านี้ว่าเรียนอะไรกันแน่ และมีโรงเรียนไหนบ้างที่เปิดสอนหลักสูตรล้ำสมัยนี้ เพื่อให้นักเรียนที่มีความฝันอยากเป็นนวัตกรได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนามสอบค่ะ

1. ห้องเรียน AI และหุ่นยนต์ เรียนอะไรบ้าง? (ต่างจากวิทย์-คณิต ปกติอย่างไร)

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเรียนสายนี้จะได้ "เล่นเกม" หรือ "ต่อหุ่นยนต์" สนุกๆ ทั้งวัน แต่ความจริงแล้ว หลักสูตรนี้มีความเข้มข้นทางวิชาการสูงมากค่ะ โดยพื้นฐานยังคงเรียนวิชาสามัญ (วิทย์-คณิต-อังกฤษ) เหมือนสายวิทย์-คณิตทั่วไป แต่จะมีการตัดวิชาเลือกเสรีอื่นๆ ออก และแทนที่ด้วยวิชาเฉพาะทาง ดังนี้ค่ะ

  • วิทยาการคำนวณขั้นสูง (Advanced Computing): เรียนเขียนโปรแกรมภาษาต่างๆ เช่น Python, C++, Java ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการประยุกต์ใช้

  • ปัญญาประดิษฐ์และแมชชีนเลิร์นนิง (AI & Machine Learning): เรียนรู้หลักการทำงานของ AI การเทรนโมเดล และจริยธรรมในการใช้ AI

  • วิศวกรรมหุ่นยนต์ (Robotics Engineering): เรียนรู้เรื่องกลศาสตร์ ระบบเซนเซอร์ วงจรไฟฟ้า และการเขียนโค้ดควบคุมหุ่นยนต์

  • คณิตศาสตร์สำหรับ Data Science: เน้นสถิติ ความน่าจะเป็น และพีชคณิตเชิงเส้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการวิเคราะห์ข้อมูล

2. รวมรายชื่อโรงเรียนและโครงการที่เน้นด้าน AI / หุ่นยนต์ (อัปเดต 2569)

แม้โรงเรียนส่วนใหญ่จะยังจัดอยู่ในหมวด "วิทย์-คณิต" แต่มีหลายโรงเรียนที่แยกแผนการเรียนออกมาอย่างชัดเจน หรือมีวิชาเลือกที่เข้มข้นมากค่ะ

กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย (12 แห่งทั่วประเทศ)

โรงเรียนกลุ่มนี้ถือเป็นผู้นำด้าน STEM ศึกษาของไทยค่ะ โดยมีการร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีชั้นนำ (เช่น KMITL, KMUTT) เพื่อพัฒนาหลักสูตร

  • จุดเด่น: มีแล็บหุ่นยนต์ที่ทันสมัย และโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เน้นนวัตกรรม นักเรียนทุกคนต้องทำโครงงานซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ IoT และ AI

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) และ โครงการ วมว.

แม้จะไม่ได้ชื่อว่าห้องเรียน AI โดยตรง แต่หลักสูตรมีความยืดหยุ่นสูงมาก

  • จุดเด่น: มีวิชาเลือกเสรีด้านคอมพิวเตอร์ระดับสูง และสนับสนุนให้นักเรียนส่งผลงานเข้าประกวดโอลิมปิกวิชาการสาขาคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ระดับโลก

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยต่างๆ

โรงเรียนสาธิตมักเป็นผู้ริเริ่มหลักสูตรใหม่ๆ เสมอค่ะ

  • โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม): โดดเด่นมากด้วย "เอกวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)" และ "เอกวิศวกรรมหุ่นยนต์" ซึ่งแยกออกมาเป็นเอกเฉพาะชัดเจน ไม่ต้องเรียนรวมกับวิทย์-คณิตปกติ

  • โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: มีโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เปิดโอกาสให้เด็กสนใจคอมพิวเตอร์ได้ลงลึกเฉพาะด้าน

  • โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Satit PIM): เน้นแผนการเรียน Robotics & AI โดยตรง สอนโดยผู้เชี่ยวชาญและเน้นการลงมือปฏิบัติจริง

โรงเรียนเอกชนและโรงเรียนทางเลือก

  • โรงเรียนอัสสัมชัญ (AC): มีแผนการเรียน "Digital & Technology" ที่เน้นเรื่องการเขียนโค้ดและนวัตกรรม

  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC): มี Track พิเศษสำหรับนักเรียนที่สนใจด้าน Computer Science

โรงเรียนรัฐบาลที่มีห้องเรียนพิเศษ (Gifted Computer / SMT)

หลายโรงเรียนประจำจังหวัดเริ่มเปิดห้องเรียนพิเศษด้านคอมพิวเตอร์ (Gifted Computer) หรือ ห้องเรียน SMT (Science Math Technology) ซึ่งจะเน้นชั่วโมงเรียนคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์มากกว่าห้องปกติค่ะ เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (เชียงใหม่) เป็นต้น

3. เตรียมตัวสอบเข้าห้องเรียน AI อย่างไร?

การสอบเข้าแผนการเรียนนี้ นอกจากวิชาการต้องแน่นแล้ว ยังต้องมี "ของ" ไปโชว์ด้วยค่ะ

  1. วิชาการต้องแม่น: คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษคือกุญแจสำคัญ เพราะตำราและคู่มือ Coding ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ

  2. สะสมพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio): กรรมการจะพิจารณาผลงานที่ผ่านมา เช่น เกียรติบัตรแข่งหุ่นยนต์, ผลงานการเขียนโปรแกรม, หรือการเข้าร่วมค่าย สอวน. คอมพิวเตอร์

  3. พื้นฐาน Coding: หากเขียนโปรแกรมพื้นฐานได้ (เช่น Python หรือ Block Programming) จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในรอบสัมภาษณ์

4. จบแล้วไปต่อคณะไหนได้บ้าง?

เส้นทางของเด็กห้องเรียน AI สดใสมากในยุคนี้ค่ะ สามารถต่อยอดได้ในคณะ:

  • วิศวกรรมศาสตร์: สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineering)

  • วิทยาศาสตร์: สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science), วิทยาการข้อมูล (Data Science)

  • แพทยศาสตร์: ปัจจุบันมีการใช้ AI ร่วมกับการรักษา (Medical AI) ซึ่งต้องการหมอที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี

  • เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT): สาขาเกม, แอนิเมชัน, หรือความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity)

บทสรุปจากครู

การเลือกเรียนในห้องเรียน AI และหุ่นยนต์ ไม่ใช่แค่การตามกระแส แต่เป็นการลงทุนกับทักษะที่จะเป็นที่ต้องการสูงสุดในอีก 10 ปีข้างหน้าค่ะ หากนักเรียนรู้ตัวว่าชอบแก้ปัญหาทางตรรกะ ชอบเทคโนโลยี และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา แผนการเรียนนี้คือคำตอบที่ใช่ที่สุดค่ะ

ครูขอให้นักเรียนทุกคนค้นพบความชอบของตัวเอง และกล้าที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งนวัตกรรมนะคะ อนาคตอยู่ในมือนักเรียนแล้วค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้