Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 65 จำนวนผู้เข้าชม |
"ตั้งใจจะอ่านหนังสือให้จบบท แต่ทำไมหนังตามันหนักแบบนี้?" ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนักเรียนขี้เกียจนะคะ แต่มันเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อต้องใช้สมองจดจ่อกับสิ่งที่นิ่งๆ นานๆ ยิ่งเนื้อหายากและน่าเบื่อ สมองก็จะยิ่งสั่งให้เรา "ปิดสวิตช์" เพื่อประหยัดพลังงาน
แต่ในสนามสอบเข้า ม.4 เวลาทุกนาทีมีค่า การเผลอหลับบ่อยๆ อาจทำให้นักเรียนอ่านไม่ทันตามเป้าหมาย วันนี้ครูมี 7 เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วย "หลอกสมอง" ให้ตื่นตัวและพร้อมรับข้อมูลใหม่ๆ มาฝากค่ะ
ถ้าง่วงจนตาจะปิดจริงๆ อย่าฝืนค่ะ เพราะอ่านไปก็ไม่เข้าหัว ให้ใช้วิธี Power Nap หรือการงีบหลับระยะสั้น
กฎเหล็ก: งีบเพียง 15-20 นาที เท่านั้น ห้ามเกินกว่านี้เด็ดขาด
เหตุผล: ช่วงเวลานี้จะช่วยให้สมองได้พักและรีบูตระบบใหม่โดยยังไม่เข้าสู่ภาวะหลับลึก (Deep Sleep) หากนอนนานเกิน 30 นาที จะเกิดอาการ "เมาขี้ตา" (Sleep Inertia) ทำให้ตื่นมาแล้วมึนงงกว่าเดิมค่ะ
ทริค: ดื่มกาแฟหรือชา (ที่มีคาเฟอีน) ก่อนงีบ เมื่อตื่นขึ้นมาคาเฟอีนจะออกฤทธิ์พอดี ทำให้สดชื่นคูณสอง (เรียกว่า Coffee Nap)
สีของแสงไฟมีผลต่อฮอร์โมนความง่วง (เมลาโทนิน) โดยตรงค่ะ
หลีกเลี่ยง: แสงสีส้มหรือสีเหลืองนวล (Warm White) เพราะจะทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและง่วงนอน
ควรใช้: แสงสีขาวสว่าง (Daylight) หรือแสงสีฟ้าอ่อนๆ ซึ่งจะไปยับยั้งเมลาโทนิน ทำให้สมองคิดว่าเป็นเวลากลางวันและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
การนั่งนิ่งๆ แล้วกวาดสายตาไปตามตัวอักษร เป็นวิธีการที่ชวนหลับที่สุดค่ะ นักเรียนต้องกระตุ้นประสาทสัมผัสอื่นด้วย
มือต้องขยับ: ถือปากกาไฮไลท์ หรือจดสรุปไปด้วยตลอดเวลา
ปากต้องขยับ: อ่านออกเสียงออกมาดังๆ หรือทำท่าทางเหมือนกำลังสอนเพื่อน (Feynman Technique) การได้ยินเสียงตัวเองจะช่วยกระตุ้นสมาธิได้ดีมาก
เมื่อเริ่มเคลิ้ม ให้กระตุ้นร่างกายด้วยความเย็นหรือรสชาติที่จี๊ดจ๊าด
ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด: หรือใช้น้ำแข็งประคบที่ท้ายทอย
จิบน้ำเย็นบ่อยๆ: ภาวะขาดน้ำเป็นสาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย
ผลไม้รสเปรี้ยว: มะม่วงเปรี้ยว มะขาม หรือลูกอมรสจี๊ดๆ จะช่วยกระตุ้นประสาทรับรสให้ตื่นตัว หลีกเลี่ยงขนมหวานหรือแป้งหนักๆ เพราะน้ำตาลจะทำให้ง่วง (Sugar Crash) ในภายหลังค่ะ
เตียงนอนมีไว้สำหรับนอน สมองของเราเรียนรู้แบบนั้นมาตลอด ถ้านักเรียนเอาหนังสือไปอ่านบนเตียง สมองจะสั่งให้เข้าโหมดพักผ่อนทันที
นั่งเก้าอี้หลังตรง: การนั่งหลังงอจะทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองน้อยลง ทำให้ง่วงง่าย
ยืนอ่านหรือเดินอ่าน: ถ้าไม่ไหวจริงๆ ให้ลุกขึ้นเดินวนรอบห้องพร้อมถือหนังสืออ่านไปด้วย เลือดจะสูบฉีดได้ดีขึ้นค่ะ
บางครั้งความง่วงเกิดจากการที่สมองขาดออกซิเจน เพราะเรานั่งท่าเดิมนานๆ และหายใจตื้น
ฝึกหายใจลึกๆ: สูดหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก นับ 1-4 กลั้นไว้ นับ 1-7 และผ่อนออกทางปากช้าๆ นับ 1-8 ทำซ้ำสัก 5 รอบ จะรู้สึกโล่งหัวขึ้นทันที
ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ: ลุกขึ้นบิดขี้เกียจทุกๆ 45 นาที เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด
ถ้านักเรียนกำลังอ่านวิชาฟิสิกส์ที่แสนยากแล้วเริ่มง่วง ให้สลับมาอ่านวิชาที่ชอบหรือถนัด เช่น ภาษาอังกฤษหรือสังคมศึกษา สัก 30 นาที พอสมองเริ่มเครื่องติดและสนุกกับการเรียนรู้แล้ว ค่อยวนกลับไปอ่านวิชายากใหม่อีกครั้งค่ะ
ความง่วงเป็นศัตรูที่จัดการได้ด้วยวินัยและการรู้ทันร่างกายค่ะ แต่ครูขอเตือนไว้นิดนึงว่า เทคนิคเหล่านี้มีไว้ใช้สำหรับ "กรณีฉุกเฉิน" หรือช่วงโค้งสุดท้ายเท่านั้น ในระยะยาว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (7-8 ชั่วโมงต่อวัน) คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้สมองของนักเรียนพร้อมสำหรับการจดจำข้อมูลมหาศาลค่ะ
คืนนี้ถ้าง่วงแล้วลองนำเทคนิคของครูไปใช้ดูนะคะ สู้ๆ กับการอ่านหนังสือค่ะทุกคน!