อ่านหนังสือสอบ ม.4 ยังไงไม่ให้หลับ? 7 เทคนิคปลุกตัวเองให้ตื่น เปลี่ยนหนอนหนังสือขี้เซาให้เป็นยอดนักสู้

Last updated: 14 ม.ค. 2569  |  65 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อ่านหนังสือสอบ ม.4 ยังไงไม่ให้หลับ? 7 เทคนิคปลุกตัวเองให้ตื่น เปลี่ยนหนอนหนังสือขี้เซาให้เป็นยอดนักสู้

"ตั้งใจจะอ่านหนังสือให้จบบท แต่ทำไมหนังตามันหนักแบบนี้?" ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนักเรียนขี้เกียจนะคะ แต่มันเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อต้องใช้สมองจดจ่อกับสิ่งที่นิ่งๆ นานๆ ยิ่งเนื้อหายากและน่าเบื่อ สมองก็จะยิ่งสั่งให้เรา "ปิดสวิตช์" เพื่อประหยัดพลังงาน

แต่ในสนามสอบเข้า ม.4 เวลาทุกนาทีมีค่า การเผลอหลับบ่อยๆ อาจทำให้นักเรียนอ่านไม่ทันตามเป้าหมาย วันนี้ครูมี 7 เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วย "หลอกสมอง" ให้ตื่นตัวและพร้อมรับข้อมูลใหม่ๆ มาฝากค่ะ

1. เทคนิค Power Nap: งีบให้ถูกวิธี ตื่นมาสมองแล่น

ถ้าง่วงจนตาจะปิดจริงๆ อย่าฝืนค่ะ เพราะอ่านไปก็ไม่เข้าหัว ให้ใช้วิธี Power Nap หรือการงีบหลับระยะสั้น

  • กฎเหล็ก: งีบเพียง 15-20 นาที เท่านั้น ห้ามเกินกว่านี้เด็ดขาด

  • เหตุผล: ช่วงเวลานี้จะช่วยให้สมองได้พักและรีบูตระบบใหม่โดยยังไม่เข้าสู่ภาวะหลับลึก (Deep Sleep) หากนอนนานเกิน 30 นาที จะเกิดอาการ "เมาขี้ตา" (Sleep Inertia) ทำให้ตื่นมาแล้วมึนงงกว่าเดิมค่ะ

  • ทริค: ดื่มกาแฟหรือชา (ที่มีคาเฟอีน) ก่อนงีบ เมื่อตื่นขึ้นมาคาเฟอีนจะออกฤทธิ์พอดี ทำให้สดชื่นคูณสอง (เรียกว่า Coffee Nap)

2. จัดแสงไฟให้เป็นสีขาว (Cool White / Daylight)

สีของแสงไฟมีผลต่อฮอร์โมนความง่วง (เมลาโทนิน) โดยตรงค่ะ

  • หลีกเลี่ยง: แสงสีส้มหรือสีเหลืองนวล (Warm White) เพราะจะทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและง่วงนอน

  • ควรใช้: แสงสีขาวสว่าง (Daylight) หรือแสงสีฟ้าอ่อนๆ ซึ่งจะไปยับยั้งเมลาโทนิน ทำให้สมองคิดว่าเป็นเวลากลางวันและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

3. อย่าใช้แค่ "ตา" อ่านอย่างเดียว (Active Learning)

การนั่งนิ่งๆ แล้วกวาดสายตาไปตามตัวอักษร เป็นวิธีการที่ชวนหลับที่สุดค่ะ นักเรียนต้องกระตุ้นประสาทสัมผัสอื่นด้วย

  • มือต้องขยับ: ถือปากกาไฮไลท์ หรือจดสรุปไปด้วยตลอดเวลา

  • ปากต้องขยับ: อ่านออกเสียงออกมาดังๆ หรือทำท่าทางเหมือนกำลังสอนเพื่อน (Feynman Technique) การได้ยินเสียงตัวเองจะช่วยกระตุ้นสมาธิได้ดีมาก

4. ความเย็นและความเปรี้ยวช่วยได้ (Physical Shock)

เมื่อเริ่มเคลิ้ม ให้กระตุ้นร่างกายด้วยความเย็นหรือรสชาติที่จี๊ดจ๊าด

  • ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด: หรือใช้น้ำแข็งประคบที่ท้ายทอย

  • จิบน้ำเย็นบ่อยๆ: ภาวะขาดน้ำเป็นสาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย

  • ผลไม้รสเปรี้ยว: มะม่วงเปรี้ยว มะขาม หรือลูกอมรสจี๊ดๆ จะช่วยกระตุ้นประสาทรับรสให้ตื่นตัว หลีกเลี่ยงขนมหวานหรือแป้งหนักๆ เพราะน้ำตาลจะทำให้ง่วง (Sugar Crash) ในภายหลังค่ะ

5. เปลี่ยนอิริยาบถ: "ห้ามอ่านบนเตียงเด็ดขาด"

เตียงนอนมีไว้สำหรับนอน สมองของเราเรียนรู้แบบนั้นมาตลอด ถ้านักเรียนเอาหนังสือไปอ่านบนเตียง สมองจะสั่งให้เข้าโหมดพักผ่อนทันที

  • นั่งเก้าอี้หลังตรง: การนั่งหลังงอจะทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองน้อยลง ทำให้ง่วงง่าย

  • ยืนอ่านหรือเดินอ่าน: ถ้าไม่ไหวจริงๆ ให้ลุกขึ้นเดินวนรอบห้องพร้อมถือหนังสืออ่านไปด้วย เลือดจะสูบฉีดได้ดีขึ้นค่ะ

6. เติมออกซิเจนให้สมอง (Breathing Exercise)

บางครั้งความง่วงเกิดจากการที่สมองขาดออกซิเจน เพราะเรานั่งท่าเดิมนานๆ และหายใจตื้น

  • ฝึกหายใจลึกๆ: สูดหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก นับ 1-4 กลั้นไว้ นับ 1-7 และผ่อนออกทางปากช้าๆ นับ 1-8 ทำซ้ำสัก 5 รอบ จะรู้สึกโล่งหัวขึ้นทันที

  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ: ลุกขึ้นบิดขี้เกียจทุกๆ 45 นาที เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด

7. อ่านวิชาที่ชอบสลับกับวิชาที่ยาก

ถ้านักเรียนกำลังอ่านวิชาฟิสิกส์ที่แสนยากแล้วเริ่มง่วง ให้สลับมาอ่านวิชาที่ชอบหรือถนัด เช่น ภาษาอังกฤษหรือสังคมศึกษา สัก 30 นาที พอสมองเริ่มเครื่องติดและสนุกกับการเรียนรู้แล้ว ค่อยวนกลับไปอ่านวิชายากใหม่อีกครั้งค่ะ

บทสรุปจากครู

ความง่วงเป็นศัตรูที่จัดการได้ด้วยวินัยและการรู้ทันร่างกายค่ะ แต่ครูขอเตือนไว้นิดนึงว่า เทคนิคเหล่านี้มีไว้ใช้สำหรับ "กรณีฉุกเฉิน" หรือช่วงโค้งสุดท้ายเท่านั้น ในระยะยาว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (7-8 ชั่วโมงต่อวัน) คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้สมองของนักเรียนพร้อมสำหรับการจดจำข้อมูลมหาศาลค่ะ

คืนนี้ถ้าง่วงแล้วลองนำเทคนิคของครูไปใช้ดูนะคะ สู้ๆ กับการอ่านหนังสือค่ะทุกคน!

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้