Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 95 จำนวนผู้เข้าชม |
ปัญหาใหญ่ของนักเรียนชั้น ม.3 ที่กำลังจะลงสนามสอบเข้า ม.4 คือความรู้สึก "มืดแปดด้าน" เพราะเนื้อหาที่ต้องสอบครอบคลุมบทเรียนทั้งหมดในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทั้ง 3 ปี เมื่อมองดูสถาบันกวดวิชาหรือกองหนังสือที่วางอยู่ตรงหน้า หลายคนจึงเกิดอาการท้อตั้งแต่วันแรกที่เริ่มอ่าน และคำถามที่ตามมาคือเราควรเริ่มต้นที่จุดไหนก่อนเพื่อให้การอ่านหนังสือครั้งนี้ไม่สูญเปล่า
ในฐานะครู ครูขอแนะนำว่าการเริ่มต้นอ่านหนังสือสอบเข้า ม.4 ไม่ใช่การเลือกวิชาที่ชอบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้หลักการวิเคราะห์ "ค่าน้ำหนักคะแนน" และ "ระยะเวลาในการทำความเข้าใจ" เป็นเกณฑ์ตัดสิน บทความนี้จะมาสรุปกลยุทธ์การจัดลำดับวิชาที่ควรเริ่มอ่านก่อนหลัง เพื่อให้นักเรียนมีพื้นฐานที่แน่นและพร้อมที่สุดก่อนวันสอบจริงค่ะ
ก่อนจะเริ่มหยิบหนังสือเล่มแรกขึ้นมา นักเรียนต้องเข้าใจก่อนว่าวิชาที่ใช้สอบนั้นมีความธรรมชาติที่แตกต่างกันค่ะ
วิชาทักษะ (คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ): เป็นวิชาที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนสม่ำเสมอ ไม่สามารถจำได้ในวันเดียว และเป็นวิชาที่ทำคะแนนให้ทิ้งห่างคู่แข่งได้มากที่สุด
วิชาเนื้อหา (วิทยาศาสตร์): มีเนื้อหาที่กว้างและลึก ต้องใช้ทั้งความเข้าใจและการจำที่แม่นยำ
วิชาความจำและวิเคราะห์ (ภาษาไทย และสังคมศึกษา): เน้นการสะสมประสบการณ์และความเข้าใจในหลักการและสถานการณ์ปัจจุบัน
ครูแนะนำให้นักเรียนเริ่มต้นที่ คณิตศาสตร์ เป็นอันดับแรกค่ะ เหตุผลคือคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เป็น "ฐาน" ของวิชาอื่นๆ เช่น ฟิสิกส์ และเคมี หากนักเรียนไม่แม่นเรื่องพหุนามหรือการแก้สมการ นักเรียนจะติดขัดเมื่อไปอ่านวิชาวิทยาศาสตร์แน่นอน
ที่สำคัญที่สุดคือ คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องอาศัย "Muscle Memory" หรือความจำจากการลงมือทำโจทย์ซ้ำๆ การเริ่มอ่านคณิตศาสตร์ตั้งแต่ช่วงแรกจะช่วยให้นักเรียนมีเวลาในการเจอโจทย์ที่หลากหลาย และมีเวลาพอที่จะค่อยๆ แก้จุดที่ตัวเองไม่เข้าใจโดยไม่ต้องเร่งรีบค่ะ
ภาษาอังกฤษไม่ควรถูกเก็บไว้เป็นวิชาสุดท้ายค่ะ ครูแนะนำให้จัดภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ต้องอ่านควบคู่ไปกับวิชาอื่นๆ ในทุกๆ วัน เช่น การท่องคำศัพท์วันละ 10-20 คำ หรือการทำข้อสอบ Reading วันละบทความ เพราะภาษาอังกฤษคือวิชาสะสม หากนักเรียนไปเริ่มอ่านในช่วง 1 เดือนก่อนสอบ สมองจะรับข้อมูลคำศัพท์และไวยากรณ์ไม่ทัน และเกิดอาการสับสนได้ง่ายค่ะ
เมื่อนักเรียนเริ่มคุ้นชินกับคณิตศาสตร์แล้ว ให้เริ่มนำวิชาวิทยาศาสตร์เข้ามาเสริมในตารางอ่านหนังสือค่ะ โดยครูแนะนำให้เรียงลำดับการอ่านวิทยาศาสตร์ดังนี้
ฟิสิกส์: เพราะต้องใช้การคำนวณและสูตรที่สัมพันธ์กับคณิตศาสตร์
เคมี: เพื่อทำความเข้าใจปฏิกิริยาและสมบัติของสาร
ชีววิทยา: สามารถเก็บไว้ท้ายๆ ของพาร์ทวิทยาศาสตร์ได้ เพราะเน้นการอ่านทบทวนความจำมากกว่าการคำนวณค่ะ
สองวิชานี้ครูแนะนำให้เริ่มอ่านเมื่อนักเรียนผ่านช่วงการเก็บเนื้อหาหลักของวิทย์-คณิตไปแล้วประมาณ 50-60% ค่ะ
สังคมศึกษา: ข่าวสารและสถานการณ์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากอ่านเร็วเกินไปอาจจะลืมข้อมูลล่าสุด หรือข้อมูลบางอย่างอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
ภาษาไทย: เน้นการทำโจทย์แนววิเคราะห์บทความและราชาศัพท์ ซึ่งใช้เวลาในการทบทวนน้อยกว่าวิชาคำนวณ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ครูขอสรุปแผนการอ่านดังนี้ค่ะ
ระยะที่ 1 (ช่วงเริ่มต้น): เน้นคณิตศาสตร์ 70% ภาษาอังกฤษ (คำศัพท์) 30%
ระยะที่ 2 (ช่วงกลาง): คณิตศาสตร์ 30% ภาษาอังกฤษ (ไวยากรณ์/Reading) 30% วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์/เคมี) 40%
ระยะที่ 3 (ช่วงโค้งสุดท้าย): ทวนโจทย์ทุกวิชา 40% วิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) 30% ภาษาไทยและสังคม 30%
การเริ่มต้นที่ถูกต้องคือการก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ ครูอยากฝากถึงนักเรียนทุกคนว่า ไม่ว่านักเรียนจะเริ่มอ่านที่วิชาไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ความสม่ำเสมอ" การอ่านหนังสือวันละ 1-2 ชั่วโมงทุกวัน ได้ผลดีกว่าการอ่านรวดเดียว 10 ชั่วโมงในวันหยุดเพียงวันเดียวค่ะ
เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ด้วยวิชาที่ต้องใช้ทักษะอย่างคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นในวิชาอื่นๆ เข้าไป ครูเชื่อมั่นว่าถ้านักเรียนมีวินัยและทำตามแผนที่วางไว้ ที่นั่งในโรงเรียนที่ฝันไว้จะเป็นของนักเรียนแน่นอนค่ะ ครูเป็นกำลังใจให้นะคะ