Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 80 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าพูดถึงสนามสอบ ม.4 ที่เด็กสายวิทย์ทั่วประเทศใฝ่ฝัน หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ "โครงการ วมว." (โครงการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย) อย่างแน่นอนค่ะ แต่ความท้าทายของสนามนี้คือการสอบที่มีถึง 2 รอบ และขึ้นชื่อว่ายากคนละแบบ
น้องๆ หลายคนอาจจะยังมึนตึ้บว่า "พี่คะ แล้วรอบ 1 กับ รอบ 2 มันต่างกันตรงไหน?" วันนี้พี่จะพาไปตีแผ่ความจริงของทั้งสองรอบ เพื่อให้การเตรียมตัวของน้องๆ มีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เสียเวลาเปล่าค่ะ
รอบแรกคือการสอบเพื่อคัดเลือกเด็กจำนวนหลายพันคนให้เหลือเพียงจำนวนหนึ่ง (โดยปกติจะสอบพร้อมและใช้ข้อสอบเดียวกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ หรือ MWIT ค่ะ)
วิชาที่สอบ: คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์
ลักษณะข้อสอบ: เป็นข้อสอบปรนัย (เลือกตอบ) ที่เน้นการ "คิดวิเคราะห์" และ "ความเร็ว"
ระดับความยาก: ยากกว่าบทเรียนในห้องเรียนปกติมาก โจทย์มักจะเป็นแนว Unseen หรือโจทย์ที่ไม่เคยเห็นในตำราทั่วไป ต้องใช้การประยุกต์ความรู้หลายบทมาผสมกัน
เป้าหมาย: เพื่อคัดกรองเด็กที่มีพื้นฐานวิชาการที่แน่นและมีทักษะการแก้ปัญหาที่รวดเร็วค่ะ
เมื่อน้องๆ ผ่านด่านแรกมาได้ ความยากจะเปลี่ยนรูปแบบไปทันทีค่ะ เพราะในรอบนี้แต่ละศูนย์มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ดูแลการสอบเอง
วิชาที่สอบ: มักจะมีคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) และบางที่อาจมีวิชาความถนัดทางการเรียนหรือจิตวิทยาเพิ่มมาด้วยค่ะ
ลักษณะข้อสอบ: จุดนี้คือไฮไลต์เลยค่ะ! ส่วนใหญ่มักจะเป็น ข้อสอบอัตนัย (เขียนตอบ) หรือข้อสอบที่ต้อง "แสดงวิธีทำ" และ "อธิบายเหตุผล" อย่างละเอียด
ระดับความยาก: เน้นความลึก (Depth) ของเนื้อหา โจทย์อาจจะมีข้อมูลมาให้ยาวหลายหน้า แล้วให้น้องวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) หรือออกแบบการทดลองเอง
เป้าหมาย: เพื่อดูว่าน้อง "รู้จริง" หรือไม่ และมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สมกับที่จะเป็นนักวิจัยในอนาคตหรือเปล่าค่ะ
หัวข้อเปรียบเทียบ | รอบที่ 1 | รอบที่ 2 |
รูปแบบข้อสอบ | ปรนัย (กากบาท) | อัตนัย (เขียนตอบ/อธิบาย) |
จุดเน้น | ความเร็ว + ความแม่นยำ | กระบวนการคิด + การวิเคราะห์ลึก |
ผู้จัดสอบ | ส่วนกลาง (อิงแนว MWIT) | ศูนย์มหาวิทยาลัยคู่พัฒนา |
สิ่งที่ต้องเตรียม | สูตรลัด + เทคนิคตัดช้อยส์ | ทักษะการเขียนอธิบาย + การทดลอง |
รอบแรกต้องเน้น "Speed Test": ฝึกทำโจทย์เก่าเยอะๆ และจับเวลาจริง ข้อสอบรอบแรกมักทำไม่ทัน ดังนั้นต้องรู้จักการบริหารเวลาและข้ามข้อที่ทำไม่ได้ค่ะ
รอบสองต้องเน้น "Conceptual": เวลาอ่านหนังสือ อย่าจำแค่สูตร แต่ต้องถามตัวเองว่า "ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?" และลองฝึกเขียนอธิบายขั้นตอนการคิดให้คนอื่นเข้าใจค่ะ
ฝึกอ่านกราฟและข้อมูล: ข้อสอบ วมว. ชอบให้ข้อมูลดิบ (Raw Data) มาเยอะๆ น้องต้องฝึกสกัดข้อมูลสำคัญออกมาใช้ให้เป็นค่ะ
การสอบ วมว. ทั้งสองรอบไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแกล้งเรานะคะ แต่เขาต้องการหาคนที่ "รัก" และ "เข้าใจ" ในวิทยาศาสตร์จริงๆ พี่เชื่อว่าถ้าน้องๆ เตรียมตัวอย่างมีระบบ เข้าใจความต่างของข้อสอบทั้งสองรอบนี้ ประตูสู่โครงการ วมว. ก็จะเปิดต้อนรับน้องๆ อย่างแน่นอนค่ะ
บทความแนะนำถัดไปสำหรับน้องๆ:
เป็นกำลังใจให้นักล่าฝันสายวิทย์ทุกคนนะคะ สู้ๆ ค่ะ!