Last updated: 8 ม.ค. 2569 | 333 จำนวนผู้เข้าชม |
"ทำไมมองหน้าลูกแล้วร้องไห้?" "ทำไมรู้สึกดิ่ง ทั้งที่ควรจะมีความสุข?"
คุณแม่มือใหม่หลายคนกำลังเผชิญกับความรู้สึกนี้อยู่ใช่ไหมคะ? อยากบอกให้รู้ว่า "คุณไม่ได้บ้า และคุณไม่ได้เป็นแม่ที่ไม่ดี" นะคะ
อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคนหลังคลอด เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วราวกับรถไฟเหาะ วันนี้ Tutorwa จะพามาแยกแยะให้ชัดระหว่าง Baby Blue (ภาวะอารมณ์เศร้า) กับ Postpartum Depression (โรคซึมเศร้าหลังคลอด) ว่าต่างกันยังไง และจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างไรค่ะ
Baby Blue คือภาวะอารมณ์แปรปรวนที่พบได้บ่อยมาก (กว่า 80% ของแม่หลังคลอดต้องเจอ) ถือเป็น "เรื่องปกติ" ค่ะ
อาการ: ร้องไห้ง่ายโดยไม่มีสาเหตุ, หงุดหงิด, วิตกกังวล, นอนไม่หลับ, อ่อนเพลีย
ช่วงเวลา: มักเริ่มเป็นในวันที่ 2-3 หลังคลอด
ระยะเวลา: เป็นไม่นาน อาการจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องหาหมอ
ถ้าผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือรุนแรงขึ้น จนกระทบต่อชีวิตประจำวัน นี่อาจไม่ใช่แค่ Baby Blue แต่อาจเป็น โรคซึมเศร้าหลังคลอด (PPD)
อาการที่มักพบ:
รู้สึกไร้ค่า สิ้นหวัง ไม่อยากมีชีวิตอยู่
ไม่ผูกพันกับลูก หรือมีความคิดอยากทำร้ายลูก/ตัวเอง
เบื่ออาหาร หรือกินมากผิดปกติ
นอนไม่หลับเลย หรือนอนทั้งวัน
แยกตัวออกจากครอบครัว
ระยะเวลา: เป็นต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ ถึงหลายเดือน
การรักษา: "ต้องพบแพทย์" เพื่อรับคำปรึกษาหรือยาปรับฮอร์โมน
ลองสำรวจตัวเองดูครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิน 5 ข้อ และเป็นมานานกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาคุณหมอนะคะ
[ ] ร้องไห้หนักมาก ปลอบยังไงก็ไม่หยุด
[ ] รู้สึกว่างเปล่าในใจ ไม่มีความสุขเลย
[ ] หงุดหงิดใส่คนรอบข้างรุนแรง
[ ] กลัวว่าจะเลี้ยงลูกไม่ได้ กลัวทำลูกตาย
[ ] ไม่อยากอุ้มลูก หรือไม่อยากให้นม
[ ] รู้สึกผิดว่าเป็นแม่ที่แย่
[ ] ความจำแย่ลง สมาธิสั้น
[ ] มีความคิดแวบๆ ว่า "ถ้าไม่มีเราคงดีกว่า"
อย่ากดดันตัวเองว่าต้องเป็น Super Mom ที่สมบูรณ์แบบ การร้องไห้เป็นการระบายความเครียดที่ดีค่ะ การร้องไห้จะช่วยบรรเทาความรู้สึกที่หนักอึ้งในใจได้ ดังนั้นการยอมรับตัวเอง และแสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยผ่อนคลายความรู้สึกภายในใจได้ค่ะ
สาเหตุหลักของอารมณ์ดิ่งคือ การอดนอน ค่ะ พยายามงีบหลับพร้อมลูก หรือฝากลูกให้สามี/ตายายดูสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ได้นอนยาวขึ้น สมองจะสดใสขึ้นทันที การนอนยังเป็นยาวิเศษในทุกช่วงเวลาค่ะ
พาลูกออกไปเดินรับลมตอนเช้า หรือเปิดม่านให้แสงแดดเข้าห้อง แสงแดดช่วยกระตุ้นสารความสุข (Serotonin) ได้ค่ะ แสงแดดยังช่วยกระตุ้นการสร้างวิตามินและการทำงานของร่างกายด้วย กายพร้อมใจพร้อมค่ะ
อย่าเก็บไว้คนเดียว บอกสามี หรือเพื่อนสนิทว่า "ตอนนี้เราไม่โอเค กอดหน่อยได้ไหม" การได้พูดออกมาช่วยลดความหนักอึ้งในใจได้เกินครึ่ง บางคนแบกภาระการเป็นแม่เอาไว้ และคิดว่าบทบาทนี้เราต้องโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น คุณแม่เข้มแข็งขึ้นแล้วค่ะ หน้าที่มากมายที่เพิ่มขึ้นและคุณแม่ได้ทำนั้น คุณแม่เก่งมากแล้ว อย่ากลัวที่จะบอกว่าตัวเอง "เหนื่อย" ตัวเอง "เศร้า" หรือความรู้สึกอื่นที่รู้สึก ณ ขณะนั้น มันเป็นการโตขึ้นอีกระดับ ที่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง หาทางจัดการอย่างกล้าหาญ เหมือนอย่างที่คุณแม่อยากเป็นแบบอย่างให้กับลูกคนเก่งเลยค่ะ
กินอาหารพวกปลา (Omega-3), กล้วย, ดาร์กช็อกโกแลต ช่วยปรับอารมณ์ได้ และเลี่ยงกาแฟที่อาจทำให้ใจสั่นและวิตกกังวลกว่าเดิม
ถ้าภรรยาดูหงุดหงิดเหวี่ยงวีน โปรดเข้าใจว่า "มันคือฮอร์โมน ไม่ใช่นิสัยจริงของเธอ"
สิ่งที่ควรทำ: ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม, ช่วยอุ้มลูกเรอ, นวดให้ภรรยา, การรับฟัง และพูดชมเธอว่า "คุณทำหน้าที่แม่ได้ดีมากแล้ว" ในช่วงเวลานี้คนที่ต้องการความเข้าใจมากที่สุด คือคุณแม่นะคะ อย่าตื่นเต้นกับบทบาทใหม่ หรือเจ้าตัวน้อย จนลืมหัวใจดวงสำคัญที่กำลังเคว้งคว้างกับการเป็นคุณแม่มือใหม่ด้วยนะ
ช่วงหลังคลอดคือช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของผู้หญิง ถ้าคุณแม่รู้สึกว่ารับมือไม่ไหวและมีอาการเหล่านี้นาน "การไปหาจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย" แต่เป็นการแสดงความรักต่อตัวเองและลูกน้อยค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ แล้วรอยยิ้มของคุณแม่จะกลับมาสดใสแน่นอนค่ะ!
️ ข้อควรระวัง (Disclaimer): เนื้อหาในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัย การให้คำปรึกษา หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้
หากคุณแม่หรือคนใกล้ชิดมีอาการซึมเศร้ารุนแรง โปรดรีบไปพบแพทย์ทันที หรือโทรปรึกษา สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือบอกกล่าวกับบุคคลใกล้ชิดเพื่อให้การช่วยเหลือนะคะ