Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 44 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน วิชาคอมพิวเตอร์ในระดับ ม.ปลาย เราคงนึกถึงการเรียนพิมพ์งาน, ตัดต่อวิดีโอ หรือทำเว็บไซต์พื้นฐานใช่ไหมคะ แต่สำหรับน้องๆ ที่กำลังจะขึ้น ม.4 ในปี 2569 นี้ โลกการเรียนรู้ได้เปลี่ยนไปแล้วค่ะ
ในปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงหลักสูตรวิชา "วิทยาการคำนวณ" (Computing Science) โดยเพิ่มเนื้อหาด้าน วิทยาการข้อมูล (Data Science) เข้าไปอย่างเข้มข้น เพื่อให้เด็กไทยก้าวทันโลกยุค Big Data วันนี้ครูจะพาไปเจาะลึกว่าวิชานี้เรียนเกี่ยวกับอะไร ยากแค่ไหน และต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เกรดร่วงค่ะ
Data Science หรือ วิทยาการข้อมูล ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่ได้เรียนลึกซึ้งถึงขั้นเขียนอัลกอริทึมซับซ้อนเหมือนในมหาวิทยาลัยนะคะ แต่เน้นไปที่ "กระบวนการคิดและจัดการข้อมูล"
เป้าหมายหลักคือให้นักเรียนสามารถนำข้อมูลมหาศาลรอบตัว มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ เพื่อหาคำตอบหรือพยากรณ์แนวโน้มในอนาคตได้ แทนที่จะใช้แค่ความรู้สึกในการตัดสินใจเหมือนในอดีตค่ะ
ตามหนังสือเรียน สสวท. ชั้น ม.5 (บางโรงเรียนสอนตอน ม.4) เนื้อหาจะแบ่งออกเป็นขั้นตอนตามกระบวนการวิทยาการข้อมูล (Data Science Process) ดังนี้ค่ะ:
นักเรียนจะได้ฝึกตั้งคำถามที่น่าสนใจ (เช่น "ปัจจัยอะไรที่ทำให้ราคาบ้านสูงขึ้น?") และเรียนรู้วิธีเก็บข้อมูล ทั้งการทำแบบสอบถามออนไลน์ และการดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (เช่น เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือ World Bank)
นี่คือพาร์ทที่ต้องใช้ความละเอียดสูงค่ะ นักเรียนต้องตรวจสอบว่าข้อมูลที่ได้มานั้น "สกปรก" หรือไม่ เช่น มีช่องว่าง, พิมพ์ผิด, หรือค่าที่กระโดดผิดปกติ (Outlier) และเรียนรู้วิธีจัดการกับข้อมูลเหล่านี้ก่อนนำไปใช้
เป็นการใช้สถิติพื้นฐาน (ค่าเฉลี่ย, มัธยฐาน) และความสัมพันธ์เชิงเส้น เพื่อหาคำตอบจากข้อมูล บางโรงเรียนอาจสอนไปถึงการทำนายแนวโน้ม (Prediction) อย่างง่าย
นักเรียนจะต้องเรียนรู้วิธีเปลี่ยนตารางตัวเลขน่าเบื่อ ให้กลายเป็นกราฟที่สวยงามและสื่อความหมายได้ชัดเจน (เช่น กราฟแท่ง, กราฟวงกลม, Scatter Plot, หรือ Heat Map) และต้องเลือกใช้กราฟให้ถูกประเภทกับข้อมูลด้วยค่ะ
คำตอบคือ "แล้วแต่โรงเรียน" ค่ะ
ระดับพื้นฐาน: โรงเรียนส่วนใหญ่จะสอนโดยใช้โปรแกรม Google Sheets หรือ Microsoft Excel ในการจัดการข้อมูลและสร้างกราฟ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากพอสำหรับการวิเคราะห์เบื้องต้น
ระดับเข้มข้น (ห้องเรียนพิเศษ/โรงเรียนวิทยาศาสตร์): อาจมีการสอนใช้ภาษา Python ผ่านไลบรารีอย่าง Pandas หรือ Matplotlib ในการวิเคราะห์ข้อมูล หรือใช้โปรแกรมสำเร็จรูปอย่าง RapidMiner หรือ Knime ซึ่งจะมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นค่ะ
สำคัญมากค่ะ! เพราะในอนาคตไม่ว่านักเรียนจะเรียนคณะอะไร (แม้แต่นิเทศศาสตร์หรือรัฐศาสตร์) ทักษะ Data Literacy หรือ "ความฉลาดรู้เรื่องข้อมูล" คือทักษะพื้นฐานที่นายจ้างต้องการ
การตลาด: ต้องวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อยิงโฆษณา
การแพทย์: ต้องวิเคราะห์ข้อมูลคนไข้เพื่อวินิจฉัยโรค
การเมือง: ต้องวิเคราะห์ผลโพลเพื่อวางแผนหาเสียง
ฝึกใช้ Excel/Google Sheets ให้คล่อง: ลองหัดใช้สูตรพื้นฐาน เช่น SUM, AVERAGE, IF, VLOOKUP และการสร้างกราฟเบื้องต้น
ทบทวนสถิติ ม.3: เรื่องค่ากลางของข้อมูล (Mean, Median, Mode) และควอร์ไทล์ (Quartile) เป็นพื้นฐานที่ต้องใช้ต่อแน่นอน
ฝึกตั้งคำถาม: ลองมองสิ่งรอบตัวแล้วตั้งคำถามเชิงปริมาณ เช่น "ทำไมร้านกาแฟร้านนี้คนเยอะช่วงบ่ายสอง?" แล้วคิดต่อว่าถ้าจะหาคำตอบ ต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง
วิชา Data Science ระดับมัธยม ไม่ใช่วิชาที่น่ากลัว แต่เป็นวิชาที่ "สนุก" ถ้าหากนักเรียนจับจุดได้ว่ามันคือเครื่องมือที่ช่วยให้เรามองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลข ครูเชื่อว่าถ้านักเรียนเปิดใจเรียนรู้วิชานี้ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลจะกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้นักเรียนได้เปรียบเพื่อนๆ ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและการทำงานในอนาคตแน่นอนค่ะ