เทคนิคจด Short Note ให้จำแม่นและเอาไปใช้ออกสอบได้จริง เปลี่ยนตำราหนาเตอะให้เหลือแค่กระดาษแผ่นเดียว

Last updated: 14 ม.ค. 2569  |  24 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เทคนิคจด Short Note ให้จำแม่นและเอาไปใช้ออกสอบได้จริง เปลี่ยนตำราหนาเตอะให้เหลือแค่กระดาษแผ่นเดียว

เคยไหมคะที่อ่านหนังสือจบไปแล้ว 3 รอบ แต่พอปิดหนังสือกลับจำอะไรไม่ได้เลย? หรือบางคนขยันจดสรุปมาก แต่พอกลับมาอ่านอีกทีกลับไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเขียนลงไป ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการที่นักเรียนยังจด Short Note แบบ "คัดลอก" มากกว่าการ "สรุปความเข้าใจ" ค่ะ

การทำ Short Note ที่ดีไม่ใช่แค่การทำให้สมุดดูสวยงามด้วยปากกาสีรุ้ง แต่คือกระบวนการกลั่นกรองข้อมูลจากสมองลงสู่กระดาษ ซึ่งจะช่วยให้เราจำแม่นขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับการอ่านเพียงอย่างเดียว วันนี้ครูจะมาสอนเทคนิคการจดสรุปฉบับ "เด็กสอบติด" ที่จะช่วยให้นักเรียนเปลี่ยนเนื้อหายากๆ ให้กลายเป็นภาพจำที่ดึงออกมาใช้ได้ทันทีในห้องสอบค่ะ

1. กฎเหล็กข้อแรก: "อ่านให้จบ เข้าใจ แล้วค่อยจด"

ข้อผิดพลาดอันดับ 1 ของนักเรียนคือ ตาอ่านไป มือจดไป วิธีนี้เหมือนกับการถ่ายเอกสารค่ะ ข้อมูลจะผ่านจากตาไปสู่มือโดยไม่ผ่านสมองเลย

วิธีที่ถูกต้อง:

  1. อ่านเนื้อหาในหัวข้อนั้นๆ ให้จบ 1 รอบ

  2. ปิดหนังสือ หรือละสายตาจากหน้าจอ

  3. ถามตัวเองว่า "เมื่อกี้เขาพูดเรื่องอะไร?"

  4. เรียบเรียงคำตอบในหัว แล้วค่อยเขียนลงกระดาษด้วย "ภาษาของตัวเอง"

ถ้าจุดไหนที่นักเรียนยังอธิบายด้วยภาษาของตัวเองไม่ได้ แสดงว่านักเรียนยังไม่เข้าใจจุดนั้นค่ะ ให้กลับไปอ่านใหม่

2. ใช้รหัสสี (Color Coding) ช่วยแยกประเภทข้อมูล

สมองของคนเราจดจำสีได้ดีกว่าตัวอักษรสีดำล้วนๆ ค่ะ แต่การใช้สีเยอะเกินไปจะทำให้ลายตาและจับประเด็นไม่ได้ ครูแนะนำให้กำหนด "ระบบสี" ของตัวเองให้ชัดเจน เช่น:

  • สีน้ำเงิน/ดำ: สำหรับเนื้อหาทั่วไป คำอธิบาย

  • สีแดง/ชมพู: สำหรับหัวข้อหลัก (Topic) และ สิ่งที่สำคัญมาก/ห้ามลืม

  • สีเขียว: สำหรับตัวอย่าง (Example) หรือข้อยกเว้น

  • สีส้ม/เหลือง: สำหรับคำศัพท์เฉพาะทาง หรือสูตร

เมื่อนักเรียนกลับมาอ่านทวนก่อนสอบ สมองจะรู้ทันทีว่าถ้ารีบๆ ต้องกวาดสายตาหา "สีแดง" ก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ

3. เปลี่ยนข้อความยาวๆ ให้เป็น "ภาพ" และ "สัญลักษณ์"

Short Note ที่ดีไม่ควรมีแต่ตัวอักษรพืดๆ ค่ะ พยายามเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นภาพ (Visual Note) จะช่วยให้จำง่ายขึ้นมาก

  • ใช้แผนผัง (Mind Map): เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหา โดยเฉพาะวิชาชีววิทยาหรือประวัติศาสตร์

  • ใช้ตารางเปรียบเทียบ: สำหรับสิ่งที่คล้ายกันแต่มีจุดต่างกัน เช่น เซลล์พืช vs เซลล์สัตว์ หรือ Tense ต่างๆ

  • ใช้สัญลักษณ์ย่อ: สร้างรหัสลับของตัวเองเพื่อความเร็ว เช่น

    • $\rightarrow$ แทน "ทำให้เกิด" หรือ "ส่งผลให้"

    • $\neq$ แทน "แตกต่าง" หรือ "ไม่ใช่"

    • w/ แทน "with" (ด้วย), b/c แทน "because" (เพราะว่า)

    • ดอกจัน (*) แทน "ออกสอบบ่อย"

4. จัดวางองค์ประกอบ (Layout) ให้อ่านง่าย

หน้ากระดาษที่อัดแน่นเกินไปจะทำให้สมองรู้สึกไม่อยากรับรู้ข้อมูลค่ะ ลองใช้เทคนิคการจัดหน้าแบบนี้ดูนะคะ

  • เว้นที่ว่าง (White Space): เหลือขอบกระดาษไว้บ้าง เพื่อให้ดูสบายตาและมีที่ว่างสำหรับจดเพิ่มเติมในอนาคต

  • แบ่งคอลัมน์: ลองแบ่งหน้ากระดาษเป็น 2 ฝั่ง (Two Columns) จะช่วยให้จดเนื้อหาได้เป็นระเบียบและอ่านได้เร็วกว่าการเขียนยาวสุดบรรทัด

  • ใช้ Bullet Points: หลีกเลี่ยงการเขียนเป็นย่อหน้ายาวๆ ให้แตกประเด็นเป็นข้อๆ 1, 2, 3 เสมอ

5. เทคนิคการทบทวน: สรุปจบใน 1 หน้า (One Page Summary)

หลังจากจดรายละเอียดครบแล้ว ลองท้าทายตัวเองด้วยการทำ "สรุปหัวใจสำคัญ (Cheat Sheet)" ให้เหลือเพียง 1 หน้ากระดาษ A4 ต่อ 1 บทเรียน

  • คัดเลือกเฉพาะสูตรที่จำยากๆ

  • จุดที่มักสับสนบ่อยๆ

  • คีย์เวิร์ดสำคัญ

กระดาษแผ่นนี้แหละค่ะคือสิ่งที่เราจะถือไปหน้าห้องสอบ ไม่ใช่หนังสือเรียนเล่มหนาเตอะ

บทสรุปจากครู

การจด Short Note คือทักษะที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนค่ะ ช่วงแรกๆ อาจจะรู้สึกว่าเสียเวลาจังเลย ทำไมอ่านอย่างเดียวไม่พอ แต่เชื่อครูเถอะค่ะว่า ในวันที่ใกล้สอบ เมื่อเพื่อนๆ ต้องมานั่งพลิกตำราหาข้อมูลทีละหน้า นักเรียนจะมีสรุปเล่มเก่งที่ตัวเองเขียนเองกับมือ ซึ่งแค่มองผ่านๆ ความรู้ทั้งหมดก็จะไหลกลับเข้ามาในสมองทันที

เริ่มจดตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้ลายมือสวย ขอแค่เราอ่านออกและเข้าใจ ก็ถือเป็น Short Note ที่ดีที่สุดแล้วค่ะ สู้ๆ นะคะทุกคน!

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้