Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 108 จำนวนผู้เข้าชม |
ในการเลือกสายการเรียนระดับ ม.ปลาย นอกจากการเลือกวิชาเอกอย่างวิทย์หรือศิลป์แล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบันคือการเลือก "ประเภทหลักสูตร" โดยเฉพาะหลักสูตร EP หรือ English Program ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา พร้อมกับการเรียนเนื้อหาวิชาการตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ
บทความนี้ ครูจะพาไปทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของหลักสูตร EP ว่ามีความแตกต่างจากหลักสูตรปกติอย่างไร ภาระงานและความเครียดในการเรียนเป็นอย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือการประเมินความคุ้มค่าในระยะยาว เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องค่ะ
หลักสูตรภาษาอังกฤษในโรงเรียนไทยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลักๆ ตามสัดส่วนการใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนการสอนค่ะ
EP (English Program): คือหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษในวิชาหลักอย่างน้อย 4 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา โดยมีสัดส่วนการสอนเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า 50% ของชั่วโมงเรียนทั้งหมด
MEP (Mini English Program): คือหลักสูตรที่เน้นการสอนภาษาอังกฤษในบางวิชา โดยมีสัดส่วนน้อยกว่าหลักสูตร EP มักจะเน้นที่วิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เป็นหลัก
ทั้งสองหลักสูตรยังคงยึดตามโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการไทย แต่นำเสนอผ่านสื่อการสอนและครูผู้สอนที่เป็นชาวต่างชาติหรือครูไทยที่มีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษระดับสูงค่ะ
คำตอบคือ "หนักกว่าในแง่ของการประมวลผลข้อมูลค่ะ" แต่นักเรียนจะได้ทักษะที่ล้ำหน้าไปอีกระดับหนึ่ง
อุปสรรคทางภาษา (Language Barrier): ในช่วงแรกนักเรียนต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ 2 เท่า เพราะนอกจากจะต้องทำความเข้าใจเนื้อหาวิชาที่ยากอยู่แล้ว เช่น ฟิสิกส์ หรือแคลคูลัส ยังต้องเข้าใจศัพท์เทคนิค (Technical Terms) เป็นภาษาอังกฤษด้วย
ภาระงานและการนำเสนอ: หลักสูตร EP มักเน้นการเรียนแบบ Active Learning นักเรียนจะต้องทำรายงาน (Report) และนำเสนอหน้าชั้นเรียน (Presentation) เป็นภาษาอังกฤษบ่อยครั้ง ซึ่งช่วยฝึกความกล้าแสดงออกแต่ก็แลกมาด้วยเวลาเตรียมตัวที่มากขึ้น
มาตรฐานการประเมิน: นักเรียน EP ต้องสอบทั้งข้อสอบภาษาไทยของส่วนกลาง และข้อสอบภาษาอังกฤษของทางโรงเรียน ทำให้ต้องมีความแม่นยำในเนื้อหาวิชาการทั้งสองภาษาค่ะ
ค่าเทอมของหลักสูตร EP มักจะสูงกว่าหลักสูตรปกติประมาณ 3-10 เท่า ขึ้นอยู่กับประเภทของโรงเรียน โดยสิ่งที่นักเรียนจะได้รับกลับมาคือ:
สภาพแวดล้อมภาษา (Immersion): นักเรียนจะได้ใช้ภาษาอังกฤษวันละหลายชั่วโมง ทำให้เกิดความคุ้นเคยและกล้าพูดโดยอัตโนมัติ ซึ่งหากไปเรียนพิเศษข้างนอกอาจต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
ความพร้อมสู่มหาวิทยาลัยและระดับสากล: นักเรียน EP จะได้เปรียบอย่างมากเมื่อต้องสอบเข้าหลักสูตรนานาชาติ (International Program) ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือการไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพราะไม่ต้องเสียเวลาปรับพื้นฐานภาษาใหม่
คอนเนกชันและทัศนคติ: การเรียนในห้องเรียนที่มีขนาดเล็กกว่าปกติ (มักไม่เกิน 30 คน) ทำให้ครูดูแลได้อย่างทั่วถึง และนักเรียนมักจะมีกลุ่มเพื่อนที่มีเป้าหมายในการเรียนที่ชัดเจนคล้ายๆ กันค่ะ
ครูอยากให้นักเรียนลองประเมินตัวเองดูว่าเราพร้อมสำหรับเส้นทางนี้ไหมนะคะ:
มีพื้นฐานภาษาอังกฤษในระดับปานกลางขึ้นไป: ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดแต่ต้องมีความกล้าที่จะฟังและสื่อสาร
ชอบความท้าทาย: ไม่ท้อแท้เมื่อเจอตำราเล่มหนาที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
วางแผนเข้าหลักสูตรนานาชาติ: หากเป้าหมายคือคณะอย่าง BBA, EBA หรือคณะอินเตอร์ต่างๆ หลักสูตร EP คือการเตรียมตัวที่ดีที่สุดค่ะ
ครอบครัวมีความพร้อมทางการเงิน: เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่ต้องใช้ทุนทรัพย์ต่อเนื่องไปตลอด 3 ปี ม.ปลาย
หากนักเรียนตัดสินใจเลือกเรียน EP แล้ว ครูขอแนะนำเทคนิคดังนี้ค่ะ:
อย่ากลัวผิด: ความผิดพลาดในการใช้ไวยากรณ์หรือการออกเสียงเป็นเรื่องปกติ ครูต่างชาติเน้นที่การสื่อสารให้เข้าใจมากกว่าความสมบูรณ์แบบ
ท่องศัพท์เทคนิคล่วงหน้า: ก่อนเริ่มบทเรียนใหม่ ลองเปิดดูคำศัพท์ในตำราภาษาอังกฤษแล้วหาคำแปลไว้ก่อน จะช่วยให้เข้าใจสิ่งที่ครูสอนในห้องได้เร็วขึ้นค่ะ
หาความสมดุล: อย่าทิ้งภาษาไทย เพราะสุดท้ายเรายังต้องใช้ภาษาไทยในการสื่อสารและการสอบบางประเภทในระดับประเทศ
หลักสูตร EP (English Program) คือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคต หากนักเรียนมีความตั้งใจจริงและต้องการเปิดโอกาสให้ตัวเองในระดับโลกค่ะ แม้ค่าเทอมจะสูงและต้องใช้ความพยายามในการเรียนมากกว่าเพื่อนสายปกติ แต่ทักษะภาษาอังกฤษที่ติดตัวไปจะกลายเป็นต้นทุนชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้ในโลกของการทำงานจริง
ครูขอให้นักเรียนพิจารณาจากความชอบและเป้าหมายของตัวเองเป็นสำคัญนะคะ หากใจรักและพร้อมจะลุยไปกับภาษาอังกฤษ ครูเชื่อว่าหลักสูตร EP จะเป็นสนามฝึกซ้อมที่ยอดเยี่ยมที่จะสร้างความสำเร็จให้แก่นักเรียนอย่างแน่นอนค่ะ ครูเป็นกำลังใจให้นะคะ