Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 94 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อพูดถึงการเรียนต่อในระดับชั้น ม.ปลาย นักเรียนส่วนใหญ่มักนึกถึงการเรียนในโรงเรียนสายสามัญเพื่อมุ่งสู่มหาวิทยาลัยเป็นหลัก แต่ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งที่เน้น "ทักษะและการปฏิบัติ" นั่นคือ การเรียนสายอาชีพ หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ซึ่งในปัจจุบันได้รับการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยและตอบโจทย์ตลาดแรงงานโลกอย่างมาก
บทความนี้ ครูจะพาไปเจาะลึกว่าการเรียนสายอาชีพมีดีอย่างไร ความเป็นจริงเรื่องการหางานหลังเรียนจบเป็นอย่างไร และที่สำคัญคือเส้นทางนี้เหมาะกับใคร เพื่อให้นักเรียนที่กำลังลังเลได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเส้นทางสายอาชีพอาจเป็น "ทางลัด" สู่ความสำเร็จที่นักเรียนกำลังมองหาอยู่ก็ได้ค่ะ
การเรียนระดับ ปวช. คือหลักสูตร 3 ปีหลังจบ ม.3 ที่เน้นการฝึกทักษะเฉพาะทางในวิชาชีพต่างๆ โดยลดทอนวิชาการเชิงทฤษฎีลงและเพิ่มเวลาการฝึกปฏิบัติจริงในห้องปฏิบัติการหรือสถานประกอบการจริง ซึ่งจะแบ่งออกเป็นหลายประเภทวิชา เช่น:
ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม: เช่น ช่างยนต์, ช่างไฟฟ้ากำลัง, ช่างอิเล็กทรอนิกส์, ช่างก่อสร้าง
ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ: เช่น การบัญชี, การตลาด, เลขานุการ, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
ประเภทวิชาคหกรรม: เช่น อาหารและโภชนาการ, แฟชั่นและสิ่งทอ
ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว: เช่น การโรงแรม, การท่องเที่ยว
ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ: เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์, แอนิเมชัน
คำตอบสั้นๆ คือ "จริงและเป็นที่ต้องการอย่างมากค่ะ" เนื่องจากปัจจุบันตลาดแรงงานทั่วโลกกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือ (Skilled Labor) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและบริการ
เหตุผลที่นักเรียนสายอาชีพมักมีงานทำทันทีหลังจบการศึกษาคือ:
ทักษะพร้อมใช้: นักเรียนได้ฝึกงานกับผู้ประกอบการจริงตั้งแต่ตอนเรียน ทำให้มีความรู้ในหน้างานจริงที่หาไม่ได้จากตำรา
ความร่วมมือทวิภาคี: สถานศึกษาหลายแห่งมีข้อตกลงกับบริษัทชั้นนำ เมื่อเรียนจบและมีผลการเรียนดี บริษัทเหล่านั้นมักจะรับเข้าทำงานทันที
ตลาดต้องการตำแหน่งงานระดับปฏิบัติการ: ในองค์กรหนึ่งอาจต้องการวิศวกร 1 คน แต่ต้องการช่างเทคนิคที่เชี่ยวชาญถึง 5-10 คน เพื่อควบคุมกระบวนการผลิต
ครูอยากให้นักเรียนลองพิจารณาตัวเองดูว่ามีลักษณะนิสัยหรือความถนัดตรงกับข้อใดต่อไปนี้บ้างค่ะ:
ชอบลงมือทำมากกว่าอ่านตำรา: นักเรียนที่รู้สึกสนุกเวลาได้หยิบจับเครื่องมือ ได้ซ่อมแซมสิ่งของ หรือได้ปรุงอาหาร มากกว่าการนั่งทำโจทย์คณิตศาสตร์หรือวิเคราะห์บทกลอน
อยากมีรายได้เร็ว: สายอาชีพเปิดโอกาสให้นักเรียนทำงาน Part-time ในสายงานที่เรียนมาได้ตั้งแต่ตอนเรียน และเริ่มทำงานเต็มตัวได้ตั้งแต่อายุ 18-19 ปี
มีเป้าหมายชัดเจน: รู้ตัวว่าชอบอาชีพไหนเป็นพิเศษและอยากคลุกคลีกับงานนั้นทันที ไม่ต้องการเสียเวลาเรียนวิชาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสนใจ
มีจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ: หลายคนที่เรียนสายอาชีพ เช่น การบัญชี หรือ อาหาร สามารถนำทักษะมาเปิดธุรกิจของตัวเองได้ทันทีหลังเรียนจบ
นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดค่ะ ครูขอยืนยันว่าการเรียนสายอาชีพ "ไม่ได้ปิดกั้นการเรียนมหาวิทยาลัย" แต่นักเรียนต้องมีการวางแผนที่ต่างออกไปเล็กน้อย:
ต่อ ปวส. แล้วเทียบโอน: เรียนต่อประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) อีก 2 ปี แล้วเทียบโอนเข้ามหาวิทยาลัยในหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี (รวมเป็น 7 ปีหลังจบ ม.3 เหมือนสายสามัญ)
สอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยตรง: นักเรียน ปวช. มีสิทธิ์สอบเข้าคณะที่เปิดรับนักเรียนสายอาชีพผ่านระบบ TCAS (แต่ต้องเตรียมตัวสอบวิชาสามัญเพิ่มเติมด้วยตัวเอง เนื่องจากเนื้อหาในห้องเรียนอาจไม่ครอบคลุมเท่าสายสามัญค่ะ)
ข้อดี:
มีวุฒิวิชาชีพติดตัวตั้งแต่อายุยังน้อย
มีรายได้ระหว่างเรียนจากการฝึกงานทวิภาคี
เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ
ข้อท้าทาย:
สภาพแวดล้อมการเรียนมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ต้องรับผิดชอบต่อเครื่องจักรและหน้างาน
หากต้องการสอบเข้าคณะสายวิชาการในมหาวิทยาลัย ต้องขยันอ่านวิชาพื้นฐานมากกว่าปกติ
ภาพลักษณ์ของสังคมในบางส่วนที่อาจยังไม่เข้าใจความสำคัญของสายอาชีพอย่างถ่องแท้
การเรียนสายอาชีพ (ปวช.) ไม่ใช่เส้นทางสำหรับคนที่เรียนไม่เก่ง แต่เป็นเส้นทางสำหรับคนที่ "ค้นพบตัวเองเร็ว" และต้องการสร้างทักษะที่ใช้เลี้ยงชีพได้จริงค่ะ ในยุคที่โลกเปลี่ยนไป ความสามารถในเชิงปฏิบัติมักจะถูกให้ค่าสูงพอๆ กับความรู้ทางวิชาการ
ครูขอให้เลือกเส้นทางนี้ด้วยความภูมิใจ หากนักเรียนรู้ตัวว่าใจรักในการปฏิบัติและอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สายอาชีพคือประตูบานใหญ่ที่จะพานักเรียนไปสู่ความมั่นคงทางอาชีพได้อย่างแน่นอนค่ะ ครูเชื่อมั่นในทุกศักยภาพและเป็นกำลังใจให้นักเรียนทุกคนเสมอค่ะ