2376 จำนวนผู้เข้าชม |
คำถามยอดฮิตในช่วงใกล้จบ ม.3 คือ "พี่คะ หนูต้องสอบ O-NET ไหม?" หรือ "คะแนน O-NET เอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?" เนื่องจากปัจจุบัน สพฐ. ได้ประกาศให้การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET เป็นเรื่องของ "ความสมัครใจ" ทำให้น้องๆ หลายคนเลือกที่จะไม่สอบเพราะไม่อยากรับแรงกดดันเพิ่ม
แต่ช้าก่อนค่ะ! ก่อนจะตัดสินใจกด "ไม่ใช้สิทธิ์สอบ" พี่อยากให้น้องๆ อ่านบทความนี้ให้จบก่อน เพราะในบางสนามสอบ คะแนน O-NET ยังมีบทบาทสำคัญที่อาจช่วยให้น้องติดโรงเรียนในฝันได้ง่ายขึ้นค่ะ
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมา O-NET ไม่ใช่การสอบบังคับเพื่อจบการศึกษาอีกต่อไปค่ะ น้องๆ สามารถเลือกได้ว่าจะสอบหรือไม่สอบก็ได้ โดยไม่มีผลต่อการจบชั้น ม.3 แต่ผลคะแนนนี้จะถูกบันทึกไว้ในระเบียบแสดงผลการเรียน (ปพ.1) สำหรับผู้ที่เข้าสอบ เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาต่อค่ะ
แม้จะไม่ใช่เกณฑ์หลักในทุกโรงเรียน แต่คะแนน O-NET ยังถูกนำมาใช้ใน 3 กรณีหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
โรงเรียนรัฐบาลหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนประจำจังหวัดหรือโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มักจะมีการนำคะแนน O-NET มาเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การคัดเลือกในรอบโควตา หรือใช้เป็นคะแนนช่วย (Weight Score) ประมาณ 20-30% ควบคู่กับเกรดเฉลี่ย (GPAX) ค่ะ
ในสนามสอบที่มีการแข่งขันสูง หากน้องและคู่แข่งทำคะแนนสอบเข้าได้เท่ากันเป๊ะๆ โรงเรียนบางแห่งจะใช้คะแนน O-NET มาเป็นตัวตัดสินว่าใครจะได้ลำดับที่ดีกว่า เพื่อความโปร่งใสในการรับนักเรียนค่ะ
สถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาหลายแห่งยังคงให้ความสำคัญกับคะแนน O-NET เพื่อใช้ในการจัดกลุ่มนักเรียน หรือเป็นส่วนประกอบในการพิจารณารับเข้าเรียนในสาขายอดนิยมที่มีคนสมัครเยอะค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว พี่ขอแบ่งกลุ่มโรงเรียนที่น้องๆ ควรมีคะแนน O-NET ติดตัวไว้ดังนี้ค่ะ:
โรงเรียนในสังกัด สพฐ. (โรงเรียนรัฐบาลทั่วไป): โดยเฉพาะรอบปกติ (ห้องเรียนทั่วไป) มักจะมีการนำคะแนน O-NET มาคิดสัดส่วนร่วมกับคะแนนสอบเข้า
โรงเรียนประจำจังหวัด: มักใช้คะแนน O-NET เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกเพื่อรักษามาตรฐานทางวิชาการ
โรงเรียนสาธิตฯ บางแห่ง: อาจมีการขอดูคะแนน O-NET เพื่อประกอบการพิจารณาในรอบพอร์ตโฟลิโอหรือรอบโควตา
หมายเหตุ: สำหรับโรงเรียนดังระดับประเทศอย่าง เตรียมอุดมศึกษา หรือ มหิดลวิทยานุสรณ์ ในรอบสอบคัดเลือกปกติ มักจะใช้คะแนนสอบของทางโรงเรียนเอง 100% โดยไม่นำ O-NET มาคิดคะแนนค่ะ แต่อย่าลืมเช็กระเบียบการของแต่ละปีอีกครั้งนะคะ
หากน้องมั่นใจว่าจะเข้าโรงเรียนที่ใช้คะแนนสอบเข้า 100% หรือมีที่เรียนต่อแน่นอนแล้ว การไม่สอบ O-NET ก็ไม่ทำให้เสียสิทธิ์การจบ ม.3 ค่ะ
แต่ในมุมมองของพี่ "การมีไว้ดีกว่าไม่มี" ค่ะ เพราะถ้าเกิดกรณีฉุกเฉินที่น้องต้องย้ายไปสมัครโรงเรียนอื่นในรอบเก็บตก หรือรอบที่ต้องใช้คะแนนรวม การไม่มีคะแนน O-NET อาจทำให้น้องเสียคะแนนในส่วนนั้นไปฟรีๆ (กลายเป็น 0 คะแนน) ซึ่งน่าเสียดายมากค่ะ
ข้อสอบ O-NET จะเน้นเนื้อหาตามหลักสูตรแกนกลาง ซึ่งมักจะไม่ยากเท่าข้อสอบเข้า ม.4 ของโรงเรียนดังค่ะ
เน้นทบทวนบทเรียนพื้นฐาน: ไม่ต้องลงลึกถึงขั้น Advance
ทำโจทย์ย้อนหลัง: ข้อสอบ O-NET มักมีรูปแบบคล้ายๆ เดิมทุกปี
อ่านสรุปใจความสำคัญ: โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา
คำแนะนำจากพี่คือ "ถ้าไม่ติดภารกิจอะไร ควรเข้าสอบไว้ก่อนค่ะ" เพื่อเป็นการวัดความรู้ตัวเองก่อนลงสนามจริง และเก็บคะแนนไว้เป็นแผนสำรองในกรณีที่ต้องใช้ยื่นเข้าโรงเรียนต่างๆ เพราะเราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่าเกณฑ์การรับสมัครในปีนั้นๆ จะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้างค่ะ
ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีกับการตัดสินใจและเตรียมตัวสอบนะคะ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ความตั้งใจของน้องจะส่งผลดีแน่นอนค่ะ!
ติวตรงจุดกับคอร์สคณิต-วิทย์ที่แบ่งตาม "เป้าหมายโรงเรียน" เพื่อให้การเตรียมตัวสอบของน้องๆ
แม่นยำและประหยัดเวลาที่สุด
แพ็กเกจเตรียมสอบเข้า ม.4 อัปเกรดความรู้แบบคูณสี่

ศิษย์เก่าจุฬาฯ, นร.ทุน พสวท. ม.ปลาย ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) และ ม.ต้น สาธิตวัดพระศรีฯ
คอร์สตะลุยโจทย์ที่ออกแบบเจาะลึกเฉพาะสนามสอบนั้นๆ
MWIT / KVIS / จุฬาภรณ์
ตะลุยข้อสอบวิเคราะห์เชิงลึก (PISA-Like) และโอลิมปิกวิชาการเบื้องต้น เจาะลึกโจทย์การทดลองสำหรับเด็กเก่งสายวิทย์
Triam Udom Suksa
เจาะลึกโจทย์ปราบเซียน สแกนจุดหลอกของข้อสอบ เน้นสปีดเทสต์และการคำนวณซับซ้อน เพื่อดันคะแนน T-Score ให้ทะลุเป้า
Satit School
เน้นทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ (Analytical Thinking) เชาวน์ปัญญา และความรู้รอบตัวทางวิทยาศาสตร์
Gifted / SMTE
เพิ่มความเข้มข้นพาร์ตคำนวณ วิเคราะห์ข้อมูลกราฟ ประยุกต์ทฤษฎีบท ม.ต้น เชื่อมโยงสู่เนื้อหา ม.ปลาย เบื้องต้น
Regular Program
ติวเข้มเนื้อหาสำคัญและตะลุยโจทย์จากสนามสอบจริง พร้อมสอนเทคนิคการคิดวิเคราะห์และทริคทำข้อสอบให้แม่นยำ เพื่อให้น้องๆ มั่นใจและพร้อมที่สุดสู่สนามสอบจริง